Breaking

ศาสตร์การรังสรรค์เรือนเวลาขั้นสูงและศิลป์แห่งการสร้างสรรค์อาหารขั้นสูงนั้นคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง บลองแปงให้คุณค่ากับศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ต่างต้องอาศัยฝีมืออันเป็นเลิศ หัวใจสำคัญคือคุณภาพพร้อมกับการรักษาไว้ซึ่งขนบและจารีตดั้งเดิม ซึ่งคุณค่าเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งศิลปะแห่งเรือนเวลาและการปรุงอาหารต่างยึดมั่นในสิ่งเดียวกัน นั่นคือการมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ ความเชี่ยวชาญชั้นครู ความแม่นยำเพื่อผลลัพธ์ดั่งประสงค์ และความหลงใหลในสิ่งที่ตนทำอย่างแท้จริง

View this post on Instagram

เรือนเวลาขั้นสูง (Haute Horlogerie) และ อาหารขั้นสูง (Haute Cuisine) นั้นต่างมีรากฐานที่คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง โดยทั้งสองต่างต้องอาศัยทักษะที่แม่นยำ รวมถึงชั้นเชิงในการการผสมผสานจารีตดั้งเดิมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งช่างผู้ประดิษฐ์เรือนเวลาของบลองแปง เชฟโธมัสและเชฟแมทธิอัส ซูห์ริง บลองแปง (#Blancpain)ต้อนรับสุดยอดเชฟสองพี่น้องฝาแฝดผู้ถือครองรางวัลสองดาวมิชลิน นั่นคือเชฟโธมัส (Thomas) และเชฟแมทธิอัส ซูห์ริง (Mathias Sühring) เข้าเป็นสมาชิกใหม่ในแวดวงคูลิแนรี่ เฟรนดส์ (culinary friends) ของแบรนด์ โดยทั้งคู่เป็นเจ้าของร้านซูห์ริง (#Sühring) โดดเด่นในการนำเสนออรรถรสแบบเยอรมันในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานอาหารตำรับดั้งเดิมที่เคยได้ลิ้มรสเมื่อครั้งยังเด็กเข้ากับศิลปะการปรุงอาหารยุโรปตอนกลางร่วมสมัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากการที่ บลองแปง เป็นพันธมิตรกับมิชลิน ไกด์ (#MichelinGuide) ซึ่งเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันทำอาหารชั้นนำต่างๆ รวมไปถึงการสวมบทบาทเป็นนักวิจารณ์อาหารโดยได้รังสรรค์บทความเกี่ยวกับภัตตาคารชั้นเลิศระดับโลกในนิตยสารของแบรนด์ที่ชื่อ “แลทธ์ ดู บราซูส์” (Lettres du Brassus) บลองแปงยังเป็นเรือนเวลาที่เชฟผู้มีชื่อเสียงต่างเลือกสวมใส่มายาวนานกว่าสามทศวรรษอีกด้วย #Chef #Timepiece #LuxuyLifestyle #LuxurySocietyAsia #ThailandLuxury

A post shared by Luxury Experiences (@luxurysocietyasia) on

บลองแปงมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเหล่าสุดยอดเชฟมือรางวัลอย่างแน่นแฟ้น โดยตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันกลุ่มมิตรสหายเชฟของบลองแปงนั้นเป็นผู้ถือครองดวงดาวมิชลินรวมกว่า 100 ดวงเลยทีเดียว

เริ่มตั้งแต่ปี 1986 ซึ่งอาหารชั้นสูงยังไม่ได้เป็นที่นิยมดังเช่นในปัจจุบัน บลองแปงได้รังสรรค์นาฬิกาให้กับเพื่อนเชฟนามว่า เฟรดี้ จิราเดต์ (Frédy Girardet) พร้อมสลักข้อความ “World’s Best Chef” เพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่เขาได้รับรางวัลสุดยอดเชฟของโลก และสามปีต่อมาบลองแปงก็ยังได้มอบนาฬิกาสลักข้อความเพื่อเป็นเกียรติแก่ เฟรดี้ จิราเดต์ อีกครั้ง รวมไปถึง พอล โบคุส (Paul Bocuse) และ โจเอล โรบูชง (Joël Robuchon) ที่ได้รับยกย่องให้เป็น “Chefs of the Century” หรือสุดยอดเชฟแห่งศตวรรษ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มิตรสหายเชฟของบลองแปงก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีสุดยอดเชฟจากนานาชาติอยู่ในกลุ่ม อาทิ เชฟมาร์ติน เบราซาเตกี (Martín Berasategui) จากสเปน, เชฟเอ็ดการ์ โบวิเยร์ (Edgard Bovier) จากสวิสเซอร์แลนด์ และ เชฟจูเลียน โรเยร์ (Julien Royer) จากแคว้นโอแวร์ญ (Auvergne) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเชฟระดับดาวมิชลินทั้งสิ้น

ในปี 2020 บลองแปงยังตอกย้ำสายสัมพันธ์สุดแนบแน่นด้วยการร่วมเป็นพันธมิตรกับมิชลิน ไกด์ ทั่วโลก เป็นระยะเวลาสามปี และการร่วมมือกันครั้งนี้ เดอะ แมนูแฟคเจอร์และมิชลิน ไกด์ ประสงค์ที่จะสื่อถึงวิสัยทัศน์ของทั้งคู่ นั่นก็คือการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ อีกทั้งความหลงใหลและความเชี่ยวชาญในที่สิ่งตนทำ

นอกจากนี้ บลองแปงยังเป็นพันธมิตรกับโรงแรมชั้นเลิศอีกหลายแห่ง อาทิ โรงแรมในสมาคมเรอเลส์ แอนด์ ชาโตว์ (Relais & Châteaux) และโรงแรมในกลุ่ม ลีดดิ้งส์ โฮเทลส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ (Leading Hotels of the World)