Breaking

#NoOneHungry ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเชฟ 2 คน มาร่วมกันทำดินเนอร์การกุศล

4  Hands ผลงานการจับมือกันระหว่าง 2 เชฟใจบุญแนวหน้า เชฟส้ม-จุฑามาศ เทียนแท้ แห่ง Karmakamet Conveyance และ เชฟ “DK” Deepanker Khosla จาก Haoma 

แคมเปญ #NOONEHUNGRY ในกรุงเทพฯริเริ่มโดยเชฟ DK หลังจากที่วิกฤติโควิด -19 มีผลกระทบร้ายแรงกับทุกคนทุกอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชีวิตคนกรุงเทพฯ ไม่เพียงแต่กับธุรกิจร้านอาหารและพนักงานของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้มีรายได้น้อยและครอบครัวที่ตกงานและต้องหาเลี้ยงชีพในช่วงเวลานี้

Read English version?

แคมเปญมื้ออาหารการกุศลที่ได้แรงบันดาลใจจากปรัชญาของมหากวีแห่งอ่าวเบงกอล ประเทศอินเดีย “รพินทรนาถ ฐากุร” 

ดินเนอร์สร้างสรรค์เป็นแบบไฟน์ไดน์นิง อาหารอินเดียเบงกอลตะวันตก มีทั้งหมด10 คอร์สจับมือกันทำ สลับกันนำเสนอระหว่างเชฟส้มและเชฟ DK

เชฟ “DK” เป็นชาวอินเดียโดยกำเนิด และเขาได้เรียนรู้ ชื่นชมปรัชญาด้านสังคมของ รพินทรนาถ ฐากุร และเขาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลให้เชฟ DK สนใจทำงานช่วยเหลือสังคม และผู้ด้อยโอกาส ได้เป็นผู้แบ่งปันให้คนเหล่านั้น

เชฟส้มเองก็เคยได้ใช้ชีวิตในอินเดีย และเป็นคนที่รักประเทศนี้อย่างมาก ทั้งอาหารผู้คนและสีสรรความเป็นอินเดียที่แสนจะน่าประทับใจ และเธอเองก็ได้มีศึกษาในสถานศึกษาที่ รพินทรนาถ ฐากุร เป็นผู้ก่อตั้ง

เชฟส้มเองใช้เวลา 6 ปีในการศึกษาในอินเดียที่ Visva-Bharati University, Santiniketan ซึ่งก่อตั้งโดยฐากูร และสำเร็จการศึกษาระดับ B.F.A. ที่Lithography ซึ่งเธอเรียกว่า ‘บ้าน’ ในตอนนั้นเธอเริ่มทำอาหาร การเผชิญหน้าครั้งแรกของเชฟส้มกับฐากูรเริ่มต้นขึ้นมากก่อนหน้านี้เมื่อวรรณกรรมชิ้นหนึ่งของฐากูรได้เข้ามาในมือของเธอตั้งแต่ยังเป็นเด็กซึ่งลึกซึ้งที่สุด

อาหารในครั้งนี้นอกจากเราในฐานะที่เป็นแฟนคลับเชฟทั้งสองท่านบอกเลยว่าการจับมือกันทำอะไรดีๆแบบนี้ ทำให้รู้สึกถึงพลังของการอยากช่วยเหลือแบ่งปันให้ผู้อื่น

อาหารที่เสริฟในคืนนี้สลับกันพรีเช้นท์ระหว่างเชฟส้มและเชฟ DK การดีไชน์ลำดับการเสริฟการไต่ระดับรสชาติอาหารทำได้อย่างยอดเยี่ยมมาก

อาหารหลายๆจานหน้าตาอาจจะดูธรรมดา แต่เมื่อได้ลิ้มลองแล้วมันมีความซับซ้อน ทำให้เราสนุกกับการกิน สนุกกับการทายส่วนผสมที่อยู่ในจานนั้น

สำหรับเชฟ DK เมื่ออายุได้ 3 ขวบได้เข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลฐากูร ในฐานะชาวอินเดียปรัชญาของฐากูร ได้ฝังลึกลงไปในวัฒนธรรมอินเดีย คำพูดของฐากูรยังคงส่งผลต่อวิธีการที่เชฟ DK มองโลกและต่อมาในวัยผู้ใหญ่เขานำมันมาเป็นวิธีการทำอาหารและการปรุงอาหาร

นอกจากนั้นแล้วเราและเพื่อนๆที่มาร่วมโต๊ะในคืนนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สองคนนี้รังสรรค์อาหารได้ยอดเยี่ยมมาก แม้เชฟส้มจะเป็นเชฟอาหารไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารอินเดียและเทคนิคพิเศษต่างๆครัวยุโรป แต่อาหารหลายๆจานในค่ำคืนนี้ช่างสมูธกลมกลืนกับอาหารของเชฟ DK เป็นมากอย่างมาก

หอมเครื่องเทศแบบเต็มๆ

เชฟ DK ได้เล่าให้เราฟังว่า ฐากูรนั้นเคยกล่าวไว้มากมายเกี่ยวกับความรักในอาหารและการมีคนจำนวนมากได้รับการเลี้ยงดู หล่อเลี้ยงด้วยศิลปะ หล่อเลี้ยงด้วยอาหาร หล่อเลี้ยงด้วยบทกวี หล่อเลี้ยงด้วยความเมตตา สมกับตัวเองอาศัยและศึกษาอยู่ในอินเดียและทำงานกับอาหารอินเดียและฐากูรเป็น ‘บิดาแห่งอินเดีย’ สำหรับเรา”

จานนี้ส่วนตัวเราฟินมาก เนื้อนุ่มเราชอบเครื่องเทศที่แทรกซึมเข้าไป ยิ่งเคี้ยวไปจะได้กลิ่นและรสของเครื่องเทศ

แคมเปญ #NOONEHUNGRY ให้ความช่วยเหลือด้วย3วิธี ประการแรกเกิดจากการที่พ่อครัวท้องถิ่นเสียสละเวลาและใช้ทักษะและวัตถุดิบในการปรุงอาหารให้กับแรงงานอพยพในเมืองที่ไม่มีรายได้ ร้านอาหาร Haoma เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบสำหรับมื้ออาหาร แต่ต้องการให้พ่อครัวปรุงอาหารและห่อด้วยใบตอง จากนั้นส่งกลับไปที่ร้านอาหาร Haoma ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้า #NOONEHUNGRY

เชฟ DK และทีมงานตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 มื้อต่อวันหรือมากกว่านั้นจนถึงตอนนี้ร้านอาหาร Haoma ได้แจกจ่ายอาหารไปแล้ว 55,000 มื้อ ประการที่สอง #NOONEHUNGRY ทำให้เกิดการเข้าถึงคนทั่วไปให้ร่วมด้วยช่วยกันการบริจาคเป็นเงินหรือโดยการบริจาควัตถุดิบ เครื่องปรุงและสุดท้ายขอให้คนเหล่านั้นช่วยกันแบ่งปันข้อมูลให้เพื่อนๆและคนอื่นๆได้ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้

เชฟส้มและทีมงาน Karmakamet Conveyance ได้บริจาคอาหาร 200 มื้อให้กับแคมเปญ #NOONEHUNGRY ก่อนที่จะสานฝันการทำงานร่วมกันครั้งนี้ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปตามธรรมชาติเนื่องจากเชฟทั้งสองมีความผูกพันกับอินเดียอย่างแน่นแฟ้นความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณกับงานของฐากูรและปรารถนาที่จะให้การกุศลเพื่อ ผู้ที่อาจต้องการมากที่สุด

มื้อพิเศษนี้ ประกอบด้วยเมนู 10 คอร์ส ในราคาเริ่มต้น 2,990 บาท โดยจะจัดเพียง2 ครั้งและครั้งแรกจัดไปแล้วเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม และครั้งต่อไปในวันที่ 17 กันยายน 2563

สำรองที่นั่งคลิก https://bit.ly/2QsFB7j

 Read English version?