ตอบชัด ! อาการแบบไหนควรไปหาหมอเฉพาะทางโรคหัวใจ ?
หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย เมื่อมีปัญหาหรืออาการผิดปกติเกิดขึ้น ก็ย่อมส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเรา ดังนั้น การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของโรคหัวใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับการดูแลและรักษาจากหมอเฉพาะทางโรคหัวใจอย่างถูกวิธี แต่บางคนก็อาจจะยังไม่แน่ใจว่า อาการแบบนี้ควรไปพบหมอเฉพาะทางหรือหมอทั่วไปกันแน่ บทความนี้จึงจะมาบอกอาการที่บ่งชี้ว่า คุณควรรีบพบหมอเฉพาะทางโรคหัวใจ

อาการแบบไหนบ้างที่ควรไปหาหมอเฉพาะทางโรคหัวใจ ?
1. อาการเจ็บแน่นหน้าอก (Chest Pain)
อาการเจ็บแน่นหน้าอก เป็นอาการสำคัญที่บ่งบอกถึงปัญหาโรคหัวใจหรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะหากเจ็บแน่นรุนแรง คล้ายมีก้อนหนัก ๆ กดทับหน้าอก และอาจร้าวไปที่แขน คอ หรือกรามด้วย หากไม่รีบพบหมอเฉพาะทางโรคหัวใจอาจนำไปสู่โรคหัวใจวายเฉียบพลันได้
2. หายใจไม่สะดวก หรือหายใจหอบเหนื่อย
ผู้ป่วยโรคหัวใจมักจะมีอาการหายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือทำงานหนัก จะรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ทั่วท้อง บางรายอาจรู้สึกหายใจเข้าและออกไม่สุด ซึ่งอาจเกิดจากการที่หัวใจทำงานล้มเหลว ทำให้เลือดไปเลี้ยงปอดไม่เพียงพอ หรือมีการคั่งของเหลวในปอด
3. เหนื่อยง่ายผิดปกติ
การเหนื่อยง่ายผิดปกติ โดยที่ไม่ได้ออกแรงมากนัก เช่น เดินระยะสั้น ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวกแล้ว อาจเป็นอาการบ่งบอกถึงสภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ
4. นอนราบไม่ได้ หายใจสะดุด
ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวบางรายจะมีอาการหายใจสั้น ๆ แรง ๆ เวลานอนราบ จนต้องนั่งพิงหมอนหรือเปิดหน้าต่างเพื่อช่วยให้หายใจคล่องขึ้น เนื่องจากมีการคั่งของเหลวในปอด ทำให้ลมเข้าปอดได้ไม่สะดวก
5. มีภาวะบวมที่ขาหรือเท้า
ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาจเป็นอาการจากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเกิดจากหัวใจทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เลือดไหลกลับจากส่วนปลายมาที่หัวใจได้ไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดการคั่งของเหลวในส่วนท้ายร่างกาย
6. ชีพจรเต้นผิดปกติ
การมีชีพจรเต้นผิดปกติ อาจเป็นอาการระบุถึงปัญหาการทำงานผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจเต้นช้า เต้นไม่เป็นจังหวะ หรือมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) โดยอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจวาย หรือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดอื่น ๆ ควรรีบพบหมอเฉพาะทางโรคหัวใจโดยด่วน
7. เป็นลม หน้ามืดบ่อย ๆ
การมีอาการเป็นลม หน้ามืด เวียนศีรษะ อ่อนแรง และบางครั้งอาจหมดสติไปชั่วคราว เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นเมื่อสมองขาดออกซิเจนหรือขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดงใหญ่
ถ้าผู้ป่วยเริ่มมีอาการผิดปกติเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น กรรมพันธุ์ ก็ควรรีบปรึกษาหมอเฉพาะทางโรคหัวใจเพื่อตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป เพราะโรคหัวใจ หากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีแล้วนั้น ผู้ป่วยก็สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้
