Breaking

เข้าสู่ช่วงไตรมาสท้ายปีกันแล้ว หลายๆบริษัทอาจจะต้องงัดกลยุทธ์ อัดฉีดแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขายเพื่อให้ตัวเลขปิดปีได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายที่ถือว่าเป็นไตรมาสของการจับจ่ายใช้สอย  นอกจากนี้ ไตรมาสสุดท้ายยังเป็นช่วงเวลาที่บรรดาพนักงานออฟฟิสทั้งหลายรอคอย เพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ประเมินผลงาน และจ่ายโบนัสนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะถึงเทศกาลรับโบนัส คุณควรวางแผนการทำงาน ปรับพฤติกรรมในช่วงโค้งสุดท้ายของปีให้ดี เพราะมันอาจส่งผลถึงจำนวนเงินก้อนของโบนัสคุณด้วย

work.chron.com

  1. หาเวลาคุยเรื่องโบนัสกับเจ้านายของคุณ
    เจ้านายคุณคือคนที่ต้องประเมินผลงานการทำงานของคุณตลอดทั้งปี และมีอิทธิพลต่อเงินโบนัสคุณมากที่สุด คุณควรหาเวลาดีๆ หรือจังหวะที่ดีในการคุยเรื่องโบนัสของคุณอย่างจริงจัง และควรเป็นบทสนทนาที่เจ้านายคุณอยู่ในอารมณ์ที่ดี ไม่ใช่วันส่งงาน ไม่ใช่วันจันทร์ที่ยุ่งเหยิง หรือว่าวันศุกร์ตอนบ่ายๆ คุณต้องแน่ใจว่าคุณได้ยิงประเด็นนี้ ในสถานการณ์ที่ถูกต้อง ให้คุณดูเป็นมืออาชีพ และไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป

 

 

 i.telegraph.co.uk

  1. เตรียมหลักฐาน
    คุณต้องหาหลักฐาน หรือผลงานที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคุณสมควรได้โบนัส จากผลงานชิ้นเอกของคุณ โปรเจคที่ปิดได้ ลูกค้าใหม่ หรือ การที่คุณช่วยรักษาผลประโยชน์ของบริษัทในด้านต่างๆ คือ สิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องมีในมือคือตัวเลข คำชมจากลูกค้า และหาโอกาสโชว์ผลงานหรือพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง

 

ctlonline.org/

 

  1. เพิ่มสกิลการทำงาน

คุณควรเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ยิ่งคุณมีสกิลหรือทักษะในเรื่องใหม่ๆมากเท่าไหร่ องค์กรของคุณก็จะมองเห็นคุณค่าในตัวขึ้นมากขึ้นเท่านั้น เช่น ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่งพนักงานขาย คุณอาจเพิ่มสกิลด้านภาษา เพื่อขายชาวต่างชาติ หาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆในประเทศไทย คุณอาจเรียนภาษาญี่ปุ่น หรือ ภาษาที่สามเพิ่ม. นี่เป็นโอกาสดีที่ทำให้คุณได้เลื่อนตำแหน่ง ขยับขยายในหน้าที่การงานเร็วขึ้น และถ้าตำแหน่งที่คุณเหมาะสมยังไม่ว่าง บริษัทของคุณก็อาจเพิ่มโบนัส หรือ ค่าภาษา ให้คุณก็เป็นได้

 

megandredge.com

 

  1. ริเริ่มสร้างสรรค์

คุณควรเป็นคนริเริ่มโปรเจค เพื่อพัฒนายอดขาย หรือ ลดค่าใช้จ่ายของบริษัท  เช่น ถ้าคุณอยู่ฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง แทนที่คุณจะเพิ่มยอดขายจากการที่ขายหน้าร้านปกติ หรือ ดีลกับลูกค้าทีละบริษัท คุณอาจริเริ่มโปรเจค Online Marketing ในการสร้างแบรนด์และช่องทางการจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ให้มากขึ้น เป็นการแสดงความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และเป็นการแสดงศักยภาพด้านผู้นำในองค์กรมากขึ้น     ความตั้งใจและมุมานะต่อองค์กร ทำให้เจ้านายคุณอยากเก็บคุณไว้และอาจเพิ่มโบนัสตอนปลายปี

simonhome.com.au

  1. ทำผลงานให้ดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้

ถ้าคุณมี KPI  ที่ต้องทำและเป็นตัวชี้วัดในการทำงานของคุณ คุณควรทำงานให้เกินยอดหรือเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นผู้จัดการโรงงาน และคุณมีเป้าหมายเรื่อง การควบคุมรายจ่าย คุณอาจหาโครงงาน รณรงค์ให้ทุกคนในโรงงานประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ สร้างเสริมวินัยด้านความประหยัดและความปลอดภัยในการทำงาน ถ้าคุณสามารถทำได้เกินเป้า กว่าที่ตั้งไว้ในไตรมาสที่แล้ว  มีผลงานโดดเด่น เพียงเท่านี้ การพิจารณาเพิ่มโบนัสของคุณก็เป็นไปได้ไม่ยาก

 

images.fastcompany.com

 

  1. ช่วยงานด้านอื่นๆ

การช่วยงานด้านอื่นๆของบริษัทที่นอกเหนือหน้าที่ หรือ เวลาทำงานของตัวเอง ทำให้เจ้านายคุณและผู้บริหารประทับใจในตัวคุณมากขึ้น เช่น คุณอาจช่วยเป็นหูเป็นตาเวลามีกล่องหรือพัสดุแปลกปลอมขนาดใหญ่มาตั้งหน้าบริษัท หรือ งานช่วยเหลือสังคมที่บริษัทคุณได้จัดกิจกรรมในที่ต่างๆ  เป็นการแสดงความมีน้ำใจ และทำให้ผู้บริหารเห็นคุณค่าถึงความผูกพันและการรักองค์กรของคุณมากขึ้น การเพิ่มโบนัสให้คุณเล็กๆน้อยๆ ถือว่าเป็นเงินที่ลงทุนไม่มาก ถ้าเทียบกับการจ้างพนักงานที่ไม่มีความจงรักภักดีกับองค์กร

 

หลายๆคนอาจเคยได้ยินทฤษฎีที่ว่า ถ้าใครฐานเงินเดือนน้อย ก็จะได้โบนัสหลายเดือน ส่วนใครที่มีฐานเงินเดือนมาก ก็อาจได้โบนัสแค่ไม่กี่เดือน ทฤษฎีนี้อาจจะเป็นจริงเพียงบางบริษัทเท่านั้น  ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ รวมถึงผลประกอบการรายปีของบริษัทอีกด้วย และถ้าคุณคาดหวังว่าอยากได้เงินโบนัสเยอะๆ คุณควรพิจารณาอุตสาหกรรมที่คุณทำงานอยู่ด้วยว่าโดยปกติแล้วมีการจ่ายโบนัสสูงหรือเปล่า  เช่น อุตสาหกรรมยานยนตร์  อสังหาริมทรัพย์ อาจมีการจ่ายโบนัสสูงกว่าอุตสาหกรรมการเกษตร

 

By Labella