Breaking
สารคดีชุด ในดวงใจนิรันดร์ (ตอนที่ 2) ถ่ายทำก่อนมีประกาศออกมา
https://www.youtube.com/watch?v=RLXWnTX5sVE

ทั้งนี้เนื่องจากหม่อมราชวงศ์ภวรี สุชีวะ มีพฤติการณ์การใช้พื้นที่โครงการหลวง สถานีเกษตรหลวงอ่างขางและพื้นที่อื่นในการประกอบธุรกิจเพื่อแสวงผลประโยชน์แก่ตนเองและครอบครัว ซึ่งขัดต่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิโครงการหลวง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้นตติยจุลจอมเกล้าและจตุตถจุลจอมเกล้า ของหม่อมราชวงศ์ภวรี สุชีวะ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

ที่มา matemnews.com

————————————————————————————————————————————————————————

ข่าวอื่นๆ ก่อนหน้านี้
“สุริวิภา” เปิดวังประมวล ดูความธรรมดา ของหลานตา มจ.ภีศเดช รัชนี
“สุริวิภา” พุธที่ 5 กรกฎาคม ศกนี้ เปิดวังประมวลที่ประทับครอบครัวใหญ่ของ  มจ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง โดยมีมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ 3 คนที่เป็นหลานตา  เหมียง-วิมลภัทร์ ตุงคนาค  แจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ และ ดา-ภดารี สุชีวะ ซึ่งจะมาเผยให้ได้รู้ความจริงว่า ลูกผู้ดีที่โตมาแบบไทยๆ ในครอบครัวใหญ่ เต็มไปด้วยความเรียบง่ายธรรมดาอย่างไร รวมทั้งการได้เติบโตท่ามกลางบรรยากาศที่ท่านตาท่านยายทุ่มเททำงานรับใช้ถวายเบื้องพระยุคบาทฯ อันส่งผลให้ได้หลักคิดดีงามที่ทำให้หนุ่มสาวรุ่นใหม่เหล่านี้ต่างมีชีวิตอิสระบนพื้นฐานของความถูกต้องอย่างน่าทึ่งชวนติดตาม
เหมียง-วิมลภัทร์ ตุงคนาค  แจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ และ ดา-ภดารี สุชีวะ ผลัดกันเล่าถึงท่านตาว่า “ตั้งแต่เราเกิดมาก็เห็นท่านทำงานอยู่กับชาวเขาแล้ว ท่านจะอยู่ที่เชียงใหม่ตลอด จะกลับมาทุก 2 อาทิตย์ กลับมาก็อยู่ทีละ 3-4 วัน แต่เราก็จะไม่รู้สึกเลยว่าท่านห่างเรา พอท่านกลับมาทุกคนก็จะดีใจมาก จะมาหามาอยู่ใกล้ท่านทุกครั้ง ถ้าท่านไม่ลงมา พวกเราก็จะไปหาท่านเอง ซึ่งเราก็ชวนกันไปหาท่านเยอะๆ ยิ่งพักนี้ไปกันบ่อยมากๆ ทุกๆเดือน ก็จะพากันออกไปทานข้าวข้างนอกเพราะท่านตาเป็นคนชอบทานอาหารมาก ท่านอยู่ที่โน่น ท่านอยู่คนเดียว ไม่ได้มีแม่บ้านไม่มีคนทำกับข้าวให้ มีแต่คนทำความสะอาดแบบไปกลับ ท่านยายเองก็อยู่กรุงเทพฯ ถ้าท่านตามีงานเยอะลงมากรุงเทพฯไม่ได้ ท่านยายก็จะเป็นคนไปหาเอง
เวลาเราไปเที่ยวที่บ้านท่านที่เชียงใหม่ ท่านก็จะสนุกมาก มีความสุข ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เป็นเจ้าถิ่น ดูแลต้อนรับหลานๆ แล้วท่านก็จะพาเราไปเที่ยวที่ “อ่างขาง” ซึ่งสมัยก่อนเราจะเครียดและกลัวกันมากเวลาที่จะขึ้นไป เพราะเป็นเส้นทางที่สมบุกสมบันมากเคยต้องขี่ม้าขึ้นเขากันด้วย
ท่านตาดูเป็นวัยรุ่นมาก โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ท่านก็จะเก่งมากๆ เก่งกว่าพวกเราอีก เพราะท่านชอบกล้องและเรื่องเทคโนโลยีท่านรู้หมด เรียกได้ว่าเชียงใหม่เป็นฐานทัพในการทำงานที่ท่านได้ใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มที่ จนเรารู้สึกทึ่งว่า โอ้โห มีเครื่องพิมพ์รูปแบบเหมือนร้านเลย
ท่านตาชอบเล่าค่ะ แต่จะไม่ใช่อยู่ดีๆจะมานั่งเล่าเรื่องอดีตๆให้ฟัง ปกติท่านจะเล่าก็ต่อเมื่อเรามีเรื่องที่จะถามท่านก่อน ส่วนคุณยายจะเป็นคนที่เล่าออกมาเลยถ้าอยากเล่าอะไรให้ฟัง บางทีก็แย่งกันเล่า น่ารักดี  นอกจากนี้ท่านก็เป็นคนชอบสนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ชอบไปทานข้าว ชอบดื่มไวน์
ยังมีสิ่งหนึ่งที่จำได้ว่าเสมอว่าท่านตาสอนไว้ คือ เรื่องความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและราชวงศ์ ท่านตาเห็นพระเจ้าอยู่หัวฯทรงงานหนักมากตลอดเวลาเพื่อประชาชนของพระองค์ท่าน ทั้งๆ ที่พระองค์ควรจะสบายกว่านี้ ท่านตาบอกว่า พระองค์ท่านเป็นใคร แล้วเราเป็นแค่ใคร ทำไมเราจึงจะไม่ทำตามและเอาพระองค์เป็นแบบอย่างในการทำงาน ท่านตาจึงทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด และท่านตาเป็นคนที่วางแผนการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เคยย่อท้อและไม่ฟุ้งเฟ้อ”
หลานๆ ท่านตาแต่ละคนยังถ่ายทอดความเหมือนแต่ละส่วนจากท่านตามาด้วย โดยเฉพาะงานด้านศิลปะ เหมียง-วิมลภัทร์ ตุงคนาค เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์โครงการวางแผนประชาสัมพันธ์ส่วนภูมิภาค ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และ กำลังทำร้าน by กัลปพฤกษ์ สาขาใหม่โดยออกแบบตกแต่งด้วยตนเอง  ส่วน แจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ จบสถาปนิกแต่รักการออกแบบเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์จนเริ่มมีชื่อเสียงในแวดวง  ส่วน ดา-ภดารี สุชวะ จบศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเริ่มมีผลงานการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า ล่าสุดมีคอลเลคชั่นของตัวเองในงาน Young Designer โดยการสนับสนุนของ กรกนก ร้าน S318
ทุกคนล้วนยืนยันว่า การอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่แบบไทยๆ นั้น สร้างคุณค่าแก่ชีวิตในทุกแง่มุมที่ควรยึดมั่นรักษาไว้ ติดตามชมได้ใน “สุริวิภา” วันพุธที่ 5 กรกฎาคม ศกนี้ เวลาดีสี่ทุ่ม ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี