มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Development Bank

SME Development Bank เดินหน้าองค์กรเข้าสู่ปีที่ 55 ประกาศภารกิจพลิกโฉมยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสู่ธุรกิจดาวเด่นยุค 4.0 ผ่านโครงการ “กล้า D” จับมือพันธมิตรต่อยอดให้ความรู้ สร้างโอกาส ขยายตลาด ก้าวทันเทคโนโลยี และเติมเต็มด้วยเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ
.

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Development Bank กล่าวว่า ข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่คาดการณ์เศรษฐกิจโดยได้ประเมิน 10 ประเภทธุรกิจที่หากไม่ยกระดับ ปรับเปลี่ยน จะมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหรือให้เช่า CD-DVD กลุ่มยาง-ผลิตภัณฑ์ยางและปาล์มน้ำมัน ธุรกิจร้านค้าปลีกดั้งเดิม (โชห่วย) ธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ-เครื่องหนัง ธุรกิจทีวีดิจิทัล-เคเบิลทีวี-สื่อสิ่งพิมพ์ และเครือข่ายห้างสรรพสินค้า เป็นต้น อย่างไรก็ดี แม้ธุรกิจดังกล่าวอาจถูกประเมินว่ามีความเสี่ยง แต่ในมุมมองของ SME Development Bank มั่นใจว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาส หากผู้ประกอบการในธุรกิจกลุ่มดังกล่าว สามารถยกระดับ และปรับตัวได้ จะมีโอกาสกลับมาเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
.

ดังนั้น เนื่องในโอกาสที่ ธพว. ทำงานเคียงคู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวสู่ปีที่ 55 ในวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา จึงประกาศภารกิจสำคัญในการเป็นสถาบันการเงิน เพื่อยกระดับเอสเอ็มอีไทยที่ยังดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม ให้ก้าวสู่การเป็น SMEsดาวเด่น รวมถึง สร้างโอกาสแก่ผู้ต้องการเริ่มธุรกิจใหม่ ให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ภายใต้โครงการ”กล้า D” ยกระดับผ่านรหัส 3D ได้แก่ D-Development พัฒนาธุรกิจด้วยความรู้คู่ทุน D-Digitalให้บริการผ่านเทคโนโลยีทันสมัย และD-Delivery บริการถึงถิ่นอย่างรวดเร็ว พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเอง “ปรับ เปลี่ยน ลุก เดิน ก้าวไปข้างหน้า” แนวทางนี้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 เน้นย้ำมาตรการพิเศษขับเคลื่อน SMEs สู่ยุค 4.0
.

“ธพว. ให้ความสำคัญที่จะพาผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ถนนดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจช่วยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิม หรือ โชห่วยที่ถูกร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ชิงตลาด หากใช้เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซมายกระดับให้ร้านเป็นศูนย์กระจายสินค้าชุมชนถึงไปมือผู้บริโภคโดยตรงจะช่วยให้เปิดตลาดใหม่ได้นี่จึงภารกิจที่ ธพว. มุ่งมั่นจะเข้าไปสนับสนุนให้ SMEs ดั้งเดิมยกระดับตัวเองให้ได้” นายมงคล ระบุ
.

สำหรับรูปแบบการสนับสนุนจะนำโปรแกรม “SME D Scale Up ความรู้คู่ทุน” ไปยกระดับธุรกิจโดยเน้นการพัฒนา เช่น เติมความรู้ให้ธุรกิจชุมชนใช้สื่อออนไลน์ปักหมุดแจ้งเกิดตลาดอีคอมเมิร์ซ สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล ออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าให้ทันสมัย พัฒนาคุณภาพสินค้าจนได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศและร่วมกับห้างสรรพสินค้าจัดพื้นที่ขายสินค้า เป็นต้น ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลและแนะนำอย่างใกล้ชิดจากทีมพี่เลี้ยงมืออาชีพ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดูแลกลุ่มผู้ประกอบการยางพารา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดูแลกลุ่ม SMEs-Startup มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้พัฒนาโมเดลแนวคิดต้นแบบการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ เป็นต้น
.

“โครงการกล้า D ธพว. จะดึงพันธมิตรเครือข่ายทั้งภาครัฐเอกชน สถาบันการศึกษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้เข้ามาร่วมพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย รวมถึง ผู้อยากจะมีธุรกิจของตัวเองได้มีโอกาสกลับไปสร้างธุรกิจในพื้นที่ภูมิลำเนาบ้านเกิด รอบนิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจระดับภูมิภาคเข้มแข็ง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตด้วยคนในท้องถิ่น”กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าว
.

นอกจากนี้เมื่อผ่านโปรแกรมเติมความรู้แล้ว ธนาคารเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับขยายธุรกิจในรายที่ได้เข้าร่วมโครงการ เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) วงเงิน 30,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งกลุ่มเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว/ท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการใหม่ที่มีนวัตกรรม กลุ่มค้าส่งค้าปลีก (โชห่วย/ร้านค้าชุมชน/ร้านธงฟ้า) ผู้ประกอบการค้าสินค้าเกษตรและกลุ่มผู้ประกอบการอยู่นอกระบบที่ประกอบอาชีพอิสระทั้งหมายไม่ว่าจะเป็นค้าขายออนไลน์ food truck ขับรถแท็กซี่ จักรยานยนต์รับจ้าง พ่อค้าแม่ขายในตลาดสด เป็นต้น คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3 เพียง 0.42% ต่อเดือน และเมื่อยกระดับเข้าสู่การเป็นนิติบุคคล จัดทำบัญชีเดียวจะมีอัตราดอกเบี้ยถูกลงไปอีก ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน
.

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในปี 2562 เช่น ธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพ ธุรกิจการผลิตดิจิทัลคอนเทนท์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาซอฟต์แวร์-ออกแบบแอปพลิเคชัน การขายสินค้าออนไลน์ ธุรกิจบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น ทาง ธพว.จะสร้างกระบวนการให้เข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ง่ายและสะดวกที่สุด ผ่านแพลตฟอร์ม ‘SME D Bank’ แอปพลิเคชันที่สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ภายใต้รหัส ’24×7 หมายถึง ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน ทำงานควบคู่กับหน่วยบริการเคลื่อนที่รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEsไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น’ เมื่อยื่นขอสินเชื่อผ่านออนไลน์ จากนั้นภายใน 3 วัน เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ เพื่อนัดหมายให้หน่วยรถม้าเติมทุนฯ เข้าไปพบ เพื่อขอดูข้อมูลเชิงประจักษ์การดำเนินธุรกิจจริง สามารถรู้ผลการพิจารณาสินเชื่อได้ใน 7 วัน ขณะเดียวกัน พนักงานของธนาคาร ทำงานภายใต้รหัส ‘8-8-7 หมายถึง 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม (8:00-20:00 น.) ตลอด 7 วัน’และเพิ่มเติมหลักสูตรสนับสนุนต่อยอดให้กับผู้ที่สนใจสมัครเข้าโครงการ “กล้า D” ของธนาคาร โดยจะเปิดโครงการในเร็วๆ นี้
.

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจร่วมโครงการ “กล้า D”สมัครหรือลงทะเบียนได้ทางhttps://goo.gl/mt15HK ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “SME D Bank” เพื่อศึกษารายละเอียดข้อมูลสินเชื่อ หรือ องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือติดต่อฝ่ายส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการ โทร. 081-480-7594