Breaking

วันก่อนได้มีโอกาสได้เป็นพบกับคนในวงการอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องบอกเลยว่า เขามีวิธีคิดที่เยี่ยมมาก ฟู้ด อี โปรดักชั่นส์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมร.เวนน์ ชแนบส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงชาวอเมริกัน และมาสเตอร์ เชฟมาร์โก เวสท์มาส  พ่อครัวชาวดัตช์ผู้มากความสามารถคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านการปรุงอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยการใช้เนื้อสัตว์เทียมที่ทำจากเมล็ดของต้นลูพิน ใบเตย เก๋ากี้ และสาหร่ายโนริแทนการใช้เนื้อวัว และเนื้อไก่ โดยผู้บริหารทั้งสองมีความปรารถนาที่จะตอกย้ำเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และการทำการเกษตรแบบยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพืชผลและสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลก นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารอีกหนึ่งท่านที่ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ คือ คุณโกเปา จาโกต้า ผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยมายาวนาน

บริษัทฯ ได้เลือกประเทศไทยให้เป็นโครงการนำร่อง เนื่องจากประเทศไทยเป็นสวรรค์ของผู้ชื่นชอบการรับประทานอาหาร เพราะมีความหลากหลายของอาหารข้างทางไปจนถึงภัตตาคารหรูชื่อดังระดับโลก

วันนี้เราได้รับเกียรติจากทางบริษัทให้ได้ลิ้มลองอาหารมื้อเที่ยงสุดพิเศษจากเชฟคนดังระดับโลก Chef Jacob Jan Boerma อีกคนที่ลืมไม่ได้สำหรับมื้อเที่ยงสุดพิเศษนี้คือ Guillermo Gonzalez, Mixologiest หนุ่มจาก Hiding in Plain Sight Amsterdam เกิดในอเจนติน่าแต่ไปโตที่อเมริกา และประสบผลสำเร็จในยุโรป เขาประสบผลสำเร็จอย่างมากในฐานะดีเจเป็นเวลาเกือบ20ปีเลยทีเดี่ยว จากประสบการณ์การใช้ชีวิตในบาร์ทำให้ให้เขาผันตัวเองมาเป็น Mixologiestและประสบผลสำเร็จอย่างมาก เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

บริษัท ฟู้ด อี โปรดักชั่นส์ จำกัด จะทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนในการชี้ให้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนอาหารผ่านการจัดงานและกิจกรรมด้านอาหาร ที่เปรียบเสมือนเวทีให้ผู้ผลิต ผู้บริโภค พ่อครัว และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและเครื่องดื่มได้มารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ให้ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนการตระหนักถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ซึ่งหลายคนคงจะทราบว่า Chef ​Jacob เปิดร้านอาหารที่สุดฮ็อทร่วมกับพาร์เนอร์ชื่อ Kim Veldman เปิดร้านอาหารชื่อ De Leest ซื่งต้องบอกว่าร้านอาหารของเขาดังมากที่คนดังทุกวงการไปทาน  จุดเด่นของเคล็ดลับการทำอาหารจากชาวสแกนดิเนเวียน สเปน และจากเอเชีย แต่ก็ไม่ลืมวิธีทำอาหารแบบชาวดัชซ์ซึ่งเป็นรากเหง้าการทำอาหารที่เขาถนัด จุดเด่นอีกข้อของเซฟคือ เขาเป็นเชฟที่เน้นการใช้วัตถุดิบในการทำอาหารที่ดี มีคุณภาพ ใช้เครื่องเทศเครื่องปรุงจากท้องถิ่น ผนวกกับการทำอาหารแนวใหม่ใช้อุปกรณ์และเทคนิคสมัยใหม่เข้าช่วยChef Jacob ได้รับ ​Michelin Star 1ดาวภายในเวลาเพียง6 เดือน ต่อมาได้รับ Second Star ในปี 2007 และสูงสุดกับรางวัล Michelin Star ระดับ 3 ดาวในปี 2013

อาหารเที่ยงวันนี้ ต้องบอกเลยว่า อร่อยและพิเศษสุดๆ เริ่มจาก Crispy Polenta with smoked trout and young herbs, lemon gel with avocado and Bali spices เสริฟกับค็อกเทล Dill-Icious Mule

รสชาดเข้มข้น อร่อยจนขอดจาน Lukewarm oyster with smoked puree of spinach and poteto, broth infused with squid, marrow and Parsley

สดมาก อร่อยสุดๆ

แค่ได้กลิ่นก็แตะจมูกมากก่อนที่จะได้ลิ้มรส

เป็นจานที่รวมความสุดยอดไว้ในจานเดียว Tartar of salmon with caviar and lime, fresh salad of sweet and sour cucumber and daikonเสริฟกับ Bollinger Special Cuvee, AOC Champagne

จานนี้ต้องบอกว่าเทพสุดๆ เป็นเนื้อที่นุ่มและละลายในปากจริงๆ ประทับใจรสชาดได้ไม่ลืมแม้จะผ่านมาแล้วหลายวันก็ตาม Tagima No.”6″Pure Bred Wagyu

 

ต้องบอกเลยว่าประสบการณ์ครั้งนี้ ประทับใจมากทุกจานรังสรรค์ได้อย่างปราณีต บรรยากาศมื้อเที่ยงวันนี้ต้องบอกไม่ธรรมดาทั้งแขกที่มาวันนี้ แต่ละคนProfileแฟนคลับอาหารระดับเวิล์ดคลาส และ Chef ​Jacob ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย