Breaking

พาสต้า มีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี ทำมาจากแป้งสาลี น้ำ และไข่ จากนั้นจึงนำมาพิมพ์และตัดเป็นเส้น ๆ ให้เหมาะกับเมนูแต่ละประเภท ปัจจุบันหาทานได้ง่ายขึ้นเพราะมีการอบให้แห้ง จะได้ง่ายและประหยัดเวลา เหมาะจะทานกับซอสต่าง ๆ ที่มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำมันมะกอก ผัก เครื่องเทศ และเนยแข็ง

สำหรับประเภทของพาสต้าก็มีหลากหลายกว่า 600 ชนิด แบ่งได้ 4 แบบใหญ่ ๆ ได้แก่

ชนิดเส้นยาว (Long Goods) เส้นยาวขนาดเล็ก
ชนิดมีรูกลวง (Short Goods) เส้นกลมใหญ่ มีรูตรงกลาง มีขนาดเส้นทั้งยาวและสั้น
ชนิดรูปร่างพิเศษ (Specialty Items) มีขนาดใหญ่และรูปร่างแปลก
บะหมี่ไข่ (Egg Noodles) มีไข่เป็นส่วนผสมอยู่ 5.5%

ส่วนพาสต้าที่เราทานกันทุกวัน อาจจะคุ้นหูคุ้นตากันมาบ้างแล้ว ส่วนแต่ละชนิดหน้าตาจะเป็นยังไง ไปดูกันเลย

สปาเกตตี้ (Spaghetti) มีลักษณะเป็นเส้นกลมยาว เหมาะจะทานกับซอสทุกชนิด

มักกะโรนี (Macaroni) มีลักษณะเป็นเส้นกลม มีรูกลวงตรงกลาง เหมาะจะนำมาผัด ทำเป็นซุป หรือแม้แต่อบชีสเยิ้ม ๆ

ลิงกวินี (Linguine) มีลักษณะเป็นเส้นยาวแบนเล็กน้อย เหมาะทานกับซอสหอยลายขาว ซอสเพสโต (โหระพา) และซอสที่ใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ

ฟูซิลี (Fusilli) มีลักษณะเป็นเส้นเกลียวสั้นเหมือนสกรู จะหนากว่าเส้นสปาเกตตี้หรือพาสต้าทั่วไป เหมาะทานกับซอสเนื้อตำรับดั้งเดิม หรือใช้อบกับชีสชนิดต่าง ๆ ก็อร่อยเหมือนกัน

 

เพนเน (Penne) มีลักษณะเป็นท่อขนาดกลาง ตัดเฉียงที่ปลายทั้งสองด้าน

ริกาโทนี (Rigatoni) มีลักษณะเป็นท่อสั้นขนาดใหญ่ พื้นผิวด้านนอกหยัก

ราวิโอลี (Ravioli) เป็นแป้งพาสต้าแบบแผ่นคล้ายเกี๊ยว นิยมห่อไส้ผัก ชีส หรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ
ฟาร์ฟาเล่ (Farfalle) พาสต้ารูปผีเสื้อตัวแบน ๆ มีรอยพับตรงกลางเป็นเอกลักษณ์ เหมาะทานกับซอสมะเขือเทศ หรือซอสที่ทำจากเนยแข็งทั่วไป

เฟตตุชินี (Fettucini) มีลักษณะเป็นเส้นยาว แบน และกว้างเหมือนเส้นริบบิ้น ส่วนใหญ่จะทานกับซอสขาวข้น ๆ หรือซอสเห็ด

 

ลาซานย่า (Lasagna) แป้งพาสต้าแผ่นบางขนาด 3×3 นิ้ว ขอบจีบเป็นหยักๆ ส่วนใหญ่นิยมอบกับชีสแล้ววางซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น

เวอร์มิเซลลี่ (Vermicelli) มีรูปร่างเป็นเส้นยาวกลวง นิยมฉีกออกเพื่อใส่ในซุปใสต่าง ๆ

นอกจากพาสต้าจะมีหลายชนิดแล้ว ยังเป็นแหล่งของโปรตีนได้ดีอีกด้วย โดยสามารถนำมาทำอาหารแทนข้าวเกิดเป็นเมนูใหม่ ๆ ที่ไม่จำเจได้เลย