Breaking

ร้านอาหาร Bambino เป็นบ้านหลังเล็กๆ น่าสบายที่ตั้งหลบหลีกความวุ่นวายจอแจของเมืองกรุงอยู่ในซอยเล็กๆ อย่างซอยนายเลิศ ที่นี่ให้บริการทั้งอาหารแนวอิซาคายะและเครื่องดื่มหลากหลาย และบ่อยครั้งก็ยังจัดดีเจมาเปิดเพลงให้มีบรรยากาศคึกคักในยามค่ำคืน

By Fah & Pam ภาษาไทยโดย แหม่ม LuxurySocietyAsia.com

เมนูอาหารของร้านอ่านแล้วอาจจะรู้สึกเหมือนเป็นเมนูเรียบง่าย สบายๆ แต่แท้จริงแล้วสอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ไว้อย่างพิถีพิถันจนทำให้ร้านครองความเป็นที่หนึ่งในดวงใจใครหลายๆ คนที่ได้โอกาสมาลองลิ้มรสได้ไม่ยากนัก แม้หลักๆคนจะมุ่งหน้ามาเพื่อชิมเมนูเด็ดอย่าง วากิว ซานโด แต่รายการอาหารอื่นๆ ในเมนูก็มีความน่าสนใจชวนให้ลิ้มลองไม่แพ้กัน

อาหารจานเด็ด
สำหรับใครที่อยากลองอาหารว่างเบาๆ B.F.G. Chicken Skin (THB 120) และ Spicy Ika Shiokara (THB 220) ก็เป็นสองจานที่ทำออกมาได้อย่างลงตัวอย่างน่าแปลกใจ เคล็ดลับนั้นอยู่ที่หนังไก่ ซึ่งผ่านทั้งการต้ม ทอด และย่าง เพื่อที่จะดึงรสชาติต่างๆ ออกมาให้โดดเด่น ส่วนปลาหมึกนั้นก็ทำมาอย่างดีจนได้รสสัมผัสที่ทั้งนุ่มและหนึบในคราเดียวกัน

อีกจานที่ออกมาลุ่มลึกแบบที่ไม่คาดคิดก็คือจาน Eggplant Scallop Dengaku (THB 220) โดยรสชาตินั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนกับร้านไหนๆ

จานแมงกะพรุน Chuka Kurage (THB 160) ก็ปรุงออกมาได้อย่างมีรสชาติ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการกินแกล้มกับค็อกเทล

เมนูพาสต้ามังสะวิรัติอย่าง Bow Ties Grilled Mushrooms Cashew Miso (THB 330) ก็น่าดึงดูดใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นมังสะวิรัติหรือไม่ จานนี้จะทำให้คุณชื่นชอบไปกับกลิ่นชวนทานของเห็ดและรสละมุนของมิโซะ

อีกจานที่ไม่ควรพลาดคือ Hamachi Collar, Kani Miso Butter (THB 650) ปลาฮามาจิเนื้อนุ่มที่มีความมันในตัวอยู่แล้ว เข้ากันได้ดีกับความเข้มข้นหอมมันของมันปู และที่ทำให้เราตื่นตะลึงยิ่งขึ้น ก็คือเคเปอร์ที่เมื่อกินตามเข้าไปแล้ว ช่วยชูรสจานนี้ให้ถูกปากมากขึ้นไปอีก

ถึงแบมบิโนจะมีรายการอาหารชวนให้น้ำลายสอมากมาย แต่ถ้าหากมาแล้วไม่ได้ลอง Sando ของที่นี่ ก็จะเหมือนมาไม่ถึง Kobe Wine Sando (THB 1,450) นั้นทำมาจากเนื้อโกเบชั้นยอดของวัวที่ถูกเลี้ยงมาอย่างพิเศษด้วยเปลือกขององุ่น เมื่อทำออกมาในความสุกระดับมีเดียม ก็จะได้เป็นเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำหวานละมุนแบบธรรมชาติที่สมแล้วที่จะขึ้นแท่นเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เครื่องดื่ม
ใครที่แวะมาหลังจากทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวัน แนะนำให้ลอง Shandy Spirit (THB 320) ส่วนผสมของจินและเบียร์ที่รสออกขมอ่อนๆ จะช่วยลดความตึงเครียดเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

Maxi Miner (THB 320) เป็นอีกแก้วที่แนะนำ ถึงจะมีทั้งพริกและสัปปะรดเป็นส่วนประกอบแต่รับรองได้ว่าออกมาแปลกแต่ดีแน่นอน

คนที่ชอบแนว earthy หน่อย แนะนำให้ลอง Forest Wren (THB 320) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ แก้วนี้มีส่วนประกอบจากส่วนต่างๆ ของต้นไม้ร่วมอยู่ด้วย ทำให้ได้อารมณ์ราวกับเดินอยู่ในป่าญี่ปุ่นอันเขียวชอุ่มเลยทีเดียว

อีกแก้วที่มาแนว earthy ไม่แพ้กันก็เห็นจะเป็น General Farmer (THB 320) แต่ตัวนี้จะออก fruity กว่าและมีความซับซ้อน เหมาะกับการค่อยๆ นั่งจิบละเลียดไปอย่างช้าๆ เป็นที่ยิ่ง

แต่หากอยากได้เข้มๆ เลยแล้วละก็ ขอแนะนำเป็น Uncle Otaku (THB 320) ที่มีส่วนผสมของวิสกี้และ Cynar มาแบบเข้ม สมใจ แถมในแก้วยังมีอาร์ติโชคใส่มาอีกด้วย
การเดินทาง

ที่นี่ไม่มีที่จอดรถเป็นสัดส่วนของตัวเอง แนะนำให้ใช้บีทีเอส ลงสถานีเพลินจิตสามารถใช้ทางออกที่ 4 ได้ จากนั้นเดินเข้ามาในซอยนายเลิศ เข้าซอยมาแล้วเลี้ยวซ้ายจะเจอตรอกที่มีบ้านเรียงอยู่ ร้านแบมบิโนจะอยู่ท่ามกลางบ้านเหล่านั้น


Bambino 居酒屋

ที่อยู่ 1041/18 ซอย นายเลิศ ถนน เพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กทม.
T: +66 (0) 97 028 1494
IG: @bambino.bkk
FB: Bambino 居酒屋