Breaking

สำหรับเรือนเวลา In The Pocket นี้ แอร์เมสขอนำเสนอชิ้นงานเรียบๆ ที่บอกเล่าถึงวิถีแห่งการรังสรรค์เครื่องบอกเวลาที่มีความเป็นมายาวนานกว่าร้อยปี  เรื่องราวประวัติศาสตร์ของตระกูลที่คลุกคลีผูกพันกับฝูงม้า และมีความเชี่ยวชาญในการทำเครื่องหนังชั้นเยี่ยม รวมไปถึงการรังสรรค์ชิ้นงานอันประณีตงดงามและตอบสนองการใช้งานจริง

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในปี 1912 เมื่อครั้งเด็กหญิงจ๊าคเกอลีน แอร์เมส ได้รับของขวัญชิ้นพิเศษจากผู้เป็นบิดา คือ ที่ใส่นาฬิกาพกโบราณหรือที่เรียกว่า “porte-oignon” ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อให้เด็กสาวผู้ชื่นชอบการขี่ม้าสามารถสวมใส่นาฬิกาพกไว้รอบข้อมือได้ โดยไม่ต้องกลัดนาฬิกาติดไว้กับเสื้อผ้าหรือเก็บไว้ในกระเป๋า สายหนัง “porte-oignon” คล้ายกับสายรัดหนังที่คนดูแลคอกม้ามักสวมใส่  ออกแบบมาเพื่อรองรับและป้องกันตัวเรือนนาฬิกาพกโบราณอย่างสมบูรณ์แบบ บ่งบอกได้ถึงทักษะความชำนาญของครอบครัวแอร์เมสในการผลิตอานม้าและเครื่องเทียมม้ามาแต่อดีต

HERMES

 

ทักษะที่ถูกส่งมอบผ่านกาลเวลา

คอนเซ็ปท์นี้ถูกนำกลับมารังสรรค์ใหม่อีกครั้งในปี 2012 ภายใต้ชื่อ “In The Pocket” ในตัวเรือนทองกุหลาบบรรจุในปลอกหนังพร้อมสายที่ทำจากหนังลูกวัวสวิฟท์สีแดงในแบบฉบับเฉพาะของแอร์เมส นาฬิกาพกที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นเรือนเวลาบนข้อมือชิ้นงามนี้ได้หลอมรวมฝีมือการทำเครื่องหนังชั้นสูงที่มีประวัติความเป็นมายาวนานของตระกูลแอร์เมส และศิลปะการผลิตเครื่องบอกเวลาเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายมาเป็นผู้ผลิตที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ในปัจจุบัน และถ่ายทอดมาสู่ทายาทรุ่นที่เจ็ดของตระกูล

In The Pocket โดดเด่นด้วยลายเส้นที่ดูสุขุมเรียบง่าย มีตัวเรือนทรงกลมทำจากทองกุหลาบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 40 มิลลิเมตร ซึ่งจะใหญ่ขึ้นเป็น 49 มิลลิเมตรเมื่อสวมลงบนข้อมือ  พื้นหน้าปัดสีดำผ่านการขัดเกลาด้วยเครื่องมือที่มีผิวสัมผัสความละเอียดสูง รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานประมูลการกุศล Only Watch โดยเฉพาะ โดยลดทอนการประดับตกแต่งที่ไม่จำเป็นออก เหลือไว้เพียงหัวใจหลักของนาฬิกา นั่นก็คือ การบอกเวลาที่แม่นยำและชัดเจน   เข็มนาฬิกาทรงบาตงค่อยๆ เคลื่อนผ่านตัวเลขเรียวบาง และบอกวินาทีผ่านหน้าปัดย่อย ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนการทำงานบอกเวลาด้วยเครื่องกลไกไขลานอัตโนมัติจากแอร์เมส รุ่น H1837 พร้อมลานสำรองพลังงานนาน 50 ชั่วโมง  กรอบหน้าปัดขับเน้นด้วยสีแดงเอกลักษณ์เฉพาะของเฮ้าส์ ออฟ แอร์เมส กลไกไขลานอัตโนมัติของเรือนเวลานี้ยังได้รับการขัดแต่งอย่างพิถีพิถันตามวิถีแห่งการรังสรรค์เครื่องบอกเวลาแบบดั้งเดิม ทั้งการพ่นลายวงกลมและลายขดบนเมนเพลท และการแกะตกแต่งตุ้มถ่วงน้ำหนักด้วยตัวอักษร “H” อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

HERMES

เครื่องหนังถักร้อยอดีตและปัจจุบัน

สายรัดข้อมืออันซับซ้อนของ In The Pocket เป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ทั้งเวลาและความเพียรพยายาม ประกอบด้วยชิ้นหนังยาวและสั้นสองชิ้น คือชิ้นปลายเรียบและชิ้นที่ปลายสายมีลักษณะแบบหัวเข็มขัด (หรือที่เรียกว่า sanglon และ boucleteau ในภาษาฝรั่งเศส) ผลิตในเวิร์คช้อปเครื่องหนังของ ลา มองเทรอ แอร์เมส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สายรัดข้อมือทั้งสองสายประกอบไปด้วยแผ่นหนังสามชั้น ได้แก่ หนังลูกวัวสีแดง หนังวัวชั้นในเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน และการบุรองด้วยหนังลูกวัวแบบ Zermatt โดยเริ่มต้นจากขั้นตอนการตัด รวมถึงการตัดให้เป็นชั้น แล้วจึงนำไปแช่น้ำและนำมากดลงบนแม่พิมพ์ จากนั้นตากให้แห้งเป็นระยะเวลา 10 วัน ก่อนจะนำมาตัดด้วยเครื่องมือปลายแหลม ตัดชิ้นหนังให้เป็นชั้นบาง ขัดด้วยกระดาษทราย และประกบติดกันด้วยกาว จากนั้นชิ้นหนังแต่ละชิ้นจะถูกเย็บบางส่วนเข้าด้วยกัน โดยสายหนังเส้นที่เชื่อมต่อกับหัวเข็มขัดจะเจาะเป็นรูปวงกลมเพื่อเว้นช่องไว้สำหรับตัวหน้าปัด เจาะรูสำหรับเม็ดมะยมและเจาะช่องว่างสำหรับให้สายหนังอีกด้านสอดผ่านไปได้

HERMES

เมื่อสายหนังทั้งสองมีขนาดพอดีกันแล้ว ช่างฝีมือจะทำเครื่องหมายบนสายหนังเพื่อตัดและเย็บสายหนังเข้าด้วยกันด้วยเทคนิคการเย็บตะเข็บอานม้าแบบดั้งเดิม จากนั้นจึงตอกหนังบริเวณตะเข็บเพื่อเน้นย้ำงานเย็บ ทำเส้นขอบ  ย้อมสี และขัดเงาด้วยขี้ผึ้งอย่างวิจิตรบรรจง

ช่างฝีมือของ ลา มองเทรอ แอร์เมส ได้รังสรรค์เรือนเวลา In The Pocket ขึ้นด้วยความพากเพียรและความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสรรเสริญรากฐานแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาของลา มองเทรอ แอร์เมส