Breaking

เตรียมเซอร์ไพรส์วาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง ด้วยโรแมนติก ไอเท็มที่เปี่ยมด้วยความคลาสสิคเหนือกาลเวลา กับ 6 เรือนเวลาสุดพิเศษที่เติมเต็มทุกช่วงเวลาของคุณและคนที่คุณรัก นวัตกรรมกลไกชั้นเลิศของโอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) สุดยอดแบรนด์เครื่องบอกเวลาเหนือระดับจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรือนเวลาที่คนทั้งโลกให้การยอมรับเป็นแบรนด์ชั้นนำ

สำหรับคู่รักมีสไตล์ 

คอลเลคชั่นเรือนเวลาที่ชวนให้หนุ่มลุคเนี๊ยบและเวิร์กกิ้งวูแมน
สุดชิคต้องหลงใหลในทุกสัมผัส กับ
“รอยัล โอ๊ค ฟรอสต์ โกลด์ ลิมิเต็ด อิดิชั่น” (Royal Oak Frosted Gold Limited Edition)ขนาด 41 มิลลิเมตร สำหรับสุภาพบุรุษ ที่ผลิตจำกัดเพียง 200 เรือนทั่วโลก และ “รอยัล โอ๊ค ฟรอสต์ โกลด์” (Royal Oak Frosted Gold) ขนาด 33 มิลลิเมตร 

สำหรับสุภาพสตรี คู่เรือนเวลาไอคอนนิคที่ได้รับเกียรติจาก แคโรลีนา บุชชี่ (Carolina Bucci) จิวเวลรี ดีไซเนอร์ชื่อดังและเก่าแก่แห่งเมืองฟลอเรนซ์ มาร่วมรังสรรค์ โดดเด่นด้วยดีเทลระยิบระยับดุจประกายจากเพชร ที่เกิดจากการตีเนื้อทองด้วยสลักหัวเพชรลงบนพื้นผิวตัวเรือนและสายนาฬิกา ผสานกลิ่นอายของเฟมินีนลงบนความคลาสสิคของเรือนเวลาซิกเนเจอร์ได้อย่างแยบยล มาพร้อมพื้นหน้าปัดในลวดลายกรองด์ ตาปิสเซอรี่ กระจกฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ และเข็มบอกเวลาเคลือบสารเรืองแสง โดยตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ  คาลิเบอร์ 3120 สนนราคา 1,900,700 บาท ในขณะที่ตัวเรือนขนาด 33 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกควอทซ์ คาลิเบอร์ 2713 กันน้ำลึก 50 เมตร สนนราคา 1,622,500 บาท

สำหรับคู่รักคลาสสิค 

เพอร์เฟกต์ แมตช์ สำหรับหนุ่มสาวที่ชื่นชอบความเรียบง่ายในทุกไลฟ์สไตล์ กับความเรืองรองของเรือนทองคำอมตะที่จับคู่มาตอกย้ำความเจิดจรัสอีกครั้ง อย่าง รอยัล โอ๊ค เอ็กซ์ตรา ทิน(Royal Oak Extra-Thin) บนตัวเรือน “จัมโบ้” ขนาด 39 มิลลิเมตร ซีรีย์ล่าสุด
ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปี ให้กับประดิษฐกรรมเวลาทองคำเรือนแรกของรอยัล โอ๊ค มาบนพื้นหน้าปัดลวดลายแบบเปอตีท์ ตาปิสเซอรี่เวอร์ชั่นสีน้ำเงินสุดคลาสสิค โดดเด่นด้วยกลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษ คาลิเบอร์ 2121 ซึ่งมีความหนาเพียง 3.05 มิลลิเมตร สำรองพลังงานนาน 40 ชั่วโมง สนนราคา 1,913,000 บาท

รอยัล โอ๊ค ควอทซ์ (Royal Oak Quartz) กับตัวเรือนขนาด 33 มิลลิเมตร เสริมความเรียบหรูให้กับข้อมือของเหล่าสุภาพสตรี ด้วยขอบตัวเรือนประดับเพชรบรินเลียนต์คัต 40 เม็ด รวม 0.73 กะรัต รับกับความงามของพื้นหน้าปัดในลวดลายกรองด์ ตาปิสเซอรี่สีเงินได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกควอทซ์ คาลิเบอร์ 2713 ก่อนปิดท้ายวินเทจลุคแบบแพคคู่ด้วยสายและเข็มบอกเวลาทองคำเช่นเดียวกับตัวเรือน สนนราคา 1,304,900 บาท

 

สำหรับคู่รักนักผจญภัย

ไอเท็มที่คู่รักหนุ่มลุคสปอร์ตและสาวเท่สไตล์มาสคิวลีน อยากมีไว้ครอบครอง กับเรือนเวลาที่หลอมรวมความหวานของตัวเรือนพิ้งค์โกลด์และฟังก์ชั่นโครโนกราฟไว้ในหนึ่งเดียวอย่าง “รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ โครโนกราฟ” (Royal Oak Offshore Chronograph) ขนาด 44มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ ที่ออกแบบให้รับกับความลึกลับของพื้นหน้าปัดในลวดลายเมกะ ตาปิสเซอรี่และสายยางสีเดียวกันได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 3126/3840 สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมงและกันน้ำลึกได้ 100 เมตร สนนราคา 1,585,600 บาท

“เลดี้ส์ รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ โครโนกราฟ” (Ladies’ Royal Oak Offshore Chronograph) ขนาด 37 มิลลิเมตร เรือนเวลาที่ถ่ายทอดพลังของหญิงสาวผู้รักอิสระในยุคปัจจุบันได้อย่างมีสไตล์ มาพร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชรบรินเลียนต์คัต 32 เม็ด รวม 1.02 กะรัต จับคู่มากับพื้นหน้าปัดในลวดลายเลดี้ ตาปิสเซอรี่และสางยางสีขาว ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 2385 สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมงและกันน้ำลึกได้ 50 เมตร สนนราคา 1,506,800 บาท

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ บูติค แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี โทร. 02-160-5838