เชฟแอนเดรีย ดังแบบฉุดไม่อยู่เมื่อได้ย้ายไปทำงานที่เวนิสซ่า (Venissa) ซึ่งเป็นห้องอาหารที่มีชื่อเสียงอย่างมากเป็นที่ยอมรับในเมืองเวนิส ร้านเวนิสซ่าเป็นที่รวมของเชฟรุ่นใหม่ฝีมือดีถึง 4 คน พวกเขาได้แสดงเอกลักษณ์การทำอาหารเฉพาะตนและใส่ความเป็นตัวตนของแต่ละคนลงไป บวกกับความกล้าที่จะลองสิ่งๆใหม่ ทำให้อาหารที่ออกมามีความโดดเด่น ส่งผลให้มิชลินตัดสินใจมอบรางวัลรางวัลมิชลินสตาร์ให้กับเชฟทั้ง 4 คนของร้านเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การมอบรางวัลกันเลยที่เดียว
.
และการมาเยือนของเชฟแอนเดรียที่กรุงเทพฯในครั้งนี้ได้นำเสนออาหารเซ็ทเมนู 5 คอร์ส ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และเทคนิคเฉพาะตัวที่พัฒนาผ่านประสบการณ์การทำงานกับเชฟหลายรุ่น เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ใช้เวลาช่วงวัยรุ่นศึกษาการทำอาหารในแบบโฮมเมดในแบบชาวอิตาเลียน ทำให้เขามีความเข้าใจและหลงใหลการทำอาหารและศิลปะการปรุงอาหาร และเขาได้สะสมประสมการทำอาหารในรูปแบบอื่น ลองทำในรูปแบบของตนเอง และมีโอกาสได้ร่วมงานกับเชฟระดับมิชลินสตาร์ในเมืองที่เขาทำงานอยู่รวมถึงโรงแรมดังอย่าง Croce Bianca Hotel Canazei
ประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิส
สำหรับเราถือว่าได้รับเกียรติเพราะคืนนี้เราจะได้มาพิสูตรการทำอาหารมื้อแรกของเชฟแอนเดรีย อโสลี ในกรุงเทพฯ ลองดูซิว่าเชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิสจะทำให้เราประทับใจตามที่เขาร่ำลือกันหรือปล่าวเชฟคนนี้เขาว่ากันว่าเนื้อหอมมากที่เวนิส และร้านอาหารของเขามีเชฟได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ถึง4คนซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การมอบรางวัล ด้วยบุคลิกที่ค่อนค้างพูดน้อย อายุแค่26ปี และพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยทำให้เราอดพูดคุยกับเชฟโดยตรง แต่เราก็ไม่พลาดซักถามเคล็ดลับการทำอาหารกับทางผู้จัดการร้านอาหาร ที่เดินทางมาด้วยกันประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิสเวอร์ทิโก้ทู โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว บรรยากาศค่อนข้างสบายๆเหมาะกับการดินเนอร์กับคนพิเศษ ฟังเพลงเบาๆทานอาหารไปก็เพลินดีนะคืนนี้จากที่ได้เราได้มีโอกาสได้ลิ้มลองฝีมือเชฟต้องบอกเลยว่า เชฟเป็นคนที่ค่อนข้างมีกวามคิดสร้างสรรค์ดี กล้าคิดและออกแบบอาหารตัวเองให้มีรูปแบบและรสชาดที่อาจจะต่างจากอาหารอิตาเลี่ยนทั่วไปที่เราๆได้ทานกัน สำหรับคืนนี้เราได้ลิ้มลองหลายๆจานที่มีปลาเป็นตัวหลัก ทุกจานมีการรังสรรค์จัดจานแบบเรียบง่ายไม่หวือหวา ส่วนตัวตัองออกตัวว่าอาหารจากเชฟคนนี้อาจจะหนักเค็มไปนิดตามแบบสไตล์ของชาวเวนิส เทคนิคประกอบอาหารก็เน้นคุณค่าทาวโภชนาการพอสำควรประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิสRed & Purple จานแรกเล่นกับสีสรรจากเนื้อปลา Red Mullet Fillet และโฟมม่วงจากมัน จานนี้อร่อยดีค่ะ ชิมครั้งแรกก็ประหลาดใจว่ารสเค็มมาจากไหน ก็ได้คำตอบว่าเป็นความเค็มธรรมชาติจากผักดองประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิส

จานที่ 2 ชื่อ Trilogy ขอตั้งชื่อแบบฮาๆว่า ปลา3ไตรภาค นำปลาคอดมาปรุงด้วย 3วิธีจะทำให้เราได้ลิ้มรสและ textureของเนื้อปลาจะต่างกันไปยามที่เชฟปรุงจากสามวิธี จากซ้ายไปขวา ชิ้นแรกครีมที่เสริฟฟร้อมโปเลนต้าเนื้อสีขาว ชิ้นด้านบนมีรสเค็มๆนิดหน่อยแต่พอกินพร้อมกับซอสก็อร่อยดี ชิ้นที่สองผ่านการนึ่งกับแองโชวี่และซอสกระเทียม ชิ้นที่สามใช้คาเวียร์แห้งทอดในสไตล์ “Vichentina”

ประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิส

จานนี้รู้สึกจะถูกอกถูกใจทุกคนในโต๊ะ ยิ่งจิบไวน์ตามยิ่งอร่อยมาก

ประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิส

จานที่ 3 The hidden cheese เรียกว่าเป็นไฮไลท์ ริซอตโต้ใส่ครีมพาร์มีซานชีส สีสวยใส่บีทรูท และตกแต่งด้วยแผ่นเยลลี่ซัฟฟรอน มีรสเปรี้ยวสดชื่นไว้ด้านใน จานนี้จุใจใหญ่มากใครชอบทานรีซอตโต้ต้องบอกว่าคุ้มมาก

ประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิส

เมนคอร์ส sea & land ปลากะพงซูวี เนื้อแน่น แต่แอบเหนียวไปสำหรับเรา ตัดทานยากนิดหนึ่ง ปลาพอสุกอาจจะได้กลิ่น(คาว)ปลาไปนิดหนึ่ง ซอสที่เสริฟด้วยก็แอบเค็ม จานนี้เราเฉยๆ

ประสบการณ์พิเศษ ดินเนอร์กับเชฟแอนเดรีย อโสลี เชฟมิชลินดาวรุ่งจากมืองเวนิส

จบดีมาก ของหวาน Flower Power ของหวานราวิโอรี่ไส้ครีมเลมอนในน้ำกุหลาบหอมๆมากๆ เราไม่ค่อยได้ทานราวิโอลี่ในรูปแบบของหวานบ่อย ก็ต้องยอมรับว่าเชฟมีความกล้าทำอะไรให้ได้ตื่นเต้นเกินความคาดหมาย

ประสบการ์ณกับเชฟแอนเดรียครั้งนี้ต้องบอกว่าดีค่ะ แต่เหมาะกับคนที่เปิดใจรับการทำอาหารในรูปแบบสร้างสรรค์ เพราะเขาไม่กลัวที่จะรังสรรค์อาหารที่สะท้อนความเป็นคนรุ่นใหม่ การทำอาหารก็เหมือนกับการทดลองทางวิทยาศาสต์ การลองทำอะไรใหม่ๆ เปิดใจศึกษาอย่างมีความสุขมันจะทำให้เรามีความสุขกับผลลัพธ์ใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่จำเจ ใครชอบเชฟที่มีฝีไม้ลายมือมีความตั้งใจทำในส่ิงที่ตัวเองรัก ลองมาทานดูรับรองไม่ผิดหวัง

สำหรับคนกรุงเทพฯเชฟแอนเดรียมาทำอาหารที่เวอร์ทิโก้ทู โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ จากวันนี้ถึงวันที่ 10 มกราคม 2560 ราคา 4,500++ บาท

สำรองที่นั่ง 0-2679-1200

Story by Luxury.co.th