ขึ้นชื่อว่า โอเมก้า (Omega) ออกตัวมาแต่ละที ไม่มีทางทำให้แฟนคลับผิดหวัง ล่าสุดเปิดตัวเรือนเวลาคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดสำหรับสุภาพสตรีประจำปี 2016 กับโอเมก้า เลดี้เมติก” (Ladymatic) ใน 2 แบบ 2 สไตล์

OMEGA

เลดี้เมติก ในปีนี้เน้นรูปลักษณ์หน้าปัดเรียบง่าย แต่มีหลากหลายสีสันให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น      สีขาวมุก หรือพื้นหน้าปัดที่ผลิตจากวัสดุแปลกใหม่อย่างเปลือกหอยมุกตาฮิติ สื่อสะท้อนถึงท้องทะเลที่นิ่งสงบ ตัดสลับกับเกล็ดประกายเพชรเฉิดฉายแพรวพรายอันทรงเสน่ห์ ยิ่งไปกว่านั้น โอเมก้าได้เปิดตัว เลดี้เมติก รุ่นตัวเรือนทองชมพู 18 กะรัต เซ็ดน่า โกลด์ (Sedna™ Gold) อันเป็นซิกเนเจอร์ของโอเมก้า ขนาด 34 มิลลิเมตรเป็นครั้งแรก สะกดสายตาด้วยโทนสีชมพูอันสุกปลั่ง ที่ช่วยขับรายละเอียดความงดงามแห่งอิสตรีและความสง่างามในเรือนเวลาให้ออกมาสวยเด่นสะดุดตา

OMEGA

ด้วยปรัชญาการสร้างสรรค์ที่ว่า “คุณภาพข้างในต้องเท่ากับข้างนอก” นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม โอเมก้า โค-แอ๊กเซียล คาลิเบอร์ 8520 และ 8521 นวัตกรรมกลไกอันเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ ความเที่ยงตรง และประสิทธิภาพอันไร้เทียมทาน  จึงถูกเลือก ให้มาเป็นหัวใจกลไกของ เลดี้เมติก รุ่นใหม่ ประณีตศิลป์แห่งเรือนเวลาที่เป็นดั่งตัวแทนของความสวยฉลาดของผู้หญิงยุคนี้ โดยมีให้เลือกถึง 3 รุ่น คือ รุ่นเซ็ดน่า โกลด์ (สนนราคา 1,209,000 บาท), รุ่นสตีลผสมเซ็ดน่า โกลด์ (สนนราคา 722,000 บาท), และรุ่นสตีลที่มาพร้อมหน้าปัดเปลือกหอยมุกตาฮิติ (สนนราคา 541,000 บาท) ซึ่งขอบตัวเรือนประดับเพชรน้ำงามโดยรอบ อีกทั้งยังใช้เพชรแทนตัวเลขบอกเวลาบนพื้นหน้าปัดทั้ง 11 ตำแหน่งอีกด้วย

OMEGA

โอเมก้า เดอ วิลล์ เลดี้เมติก ไดมอนด์ แอนด์ เพิร์ล” (De Ville Ladymatic Diamonds And Pearls) บทพิสูจน์บทใหม่ของผลงานนาฬิกาผู้หญิงที่คงความเป็นอมตะเหนือกาลเวลา ประดุจสตรีสูงศักดิ์ผู้เลอโฉม กับตัวเรือนขนาด 34 มม. เซ็ดน่า โกลด์ 18 กะรัต (Sedna™ Gold) ซึ่งคือโลหะผสมระหว่างทองคำและทองแดงที่เติมแพลเลเดียม (Palladium) เข้าไป เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการรักษาเนื้อสีทองชมพูให้สุกปลั่งคงทนยาวนาน โดยทั้งหมดเป็นผลงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ที่คิดค้นและผลิตขึ้นเองทั้งหมดโดยโรงงานโอเมก้า มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมด้านใน ขอบข้างตัวเรือนชั้นนอกตกแต่งด้วยวงแหวนเซรามิกสีขาว   โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนฝังเพชรน้ำงามถึง 184 เม็ดด้วยเทคนิคสโนว์ เซ็ต แพทเทิร์น (Snow-Set pattern) เม็ดมะยมฝังเพชรเม็ดงามรูปหยดน้ำในสไตล์ของโอเมก้าที่เรียกว่า ‘Brilliant Omega Cut’ พื้นหน้าปัดมุกสีขาวประดับเพชรล้อมกรอบด้วยเซ็ดน่า โกลด์ 11 เม็ด แทนขีดเครื่องหมายแสดงชั่วโมง เจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา โดมกระจกหน้าปัดและฝาหลังทำจากคริสตัลแซพไฟร์ที่เคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วนและลดแสงสะท้อน

 

OMEGA

เดอ วิลล์ เลดี้เมติก ไดมอนด์ แอนด์ เพิร์ล ซึ่งสะกดทุกสายตาให้ต้องจับจ้องคือสายนาฬิกา โดดเด่นด้วยไข่มุกอะโกย่าสีขาว (Akoya Pearls) ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพและ   ความแวววาวถึง 52 เม็ด ไข่มุกเซ็ดน่าโกลด์ 18 กะรัตขัดเงา และเพชรน้ำงามเจียระไนแบบ Full Cut อีกถึง 310 เม็ด มาพร้อมตัวล็อคสายบานพับปีกผีเสื้อทำจากเซ็ดน่า โกลด์ฝังเพชรเป็นรูปริ้วคลื่น และฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ที่เผยให้เห็นถึงความสง่างามเลอค่าในแบบอิสตรีที่ซุกซ่อนอยู่ กับขุมพลังกลไกออโตเมติกที่เที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ โอเมก้า โค-     แอ๊กเซียล คาลิเบอร์ 8521 สำรองพลังงานนาน 50 ชั่วโมงและกันน้ำลึก 100 เมตร (ราคาสอบถามที่ร้าน)

 

 

OMEGA

สำหรับสุภาพสตรีที่มองหาความคลาสสิคเรียบหรูเหนือกาลเวลา โอเมก้า เดอ วิลล์ เลดี้เมติก ไดมอนด์ แอนด์ เพิร์ล ยังมาพร้อมอีกหนึ่งทางเลือกกับรุ่นทองคำขาว ซึ่งคงรูปลักษณ์ภายนอกแบบเดียวกับรุ่นเซ็ดน่า โกลด์ แต่มีรายละเอียดต่างกันเพียงเล็กน้อย เริ่มจากการใช้กลไกออโตเมติกโอเมก้า โค-แอ๊กเซียล คาลิเบอร์ 8421 ตัวเรือนขนาด 34 มม.และสายผลิตจากวัสดุทองคำขาว 18 กะรัต พื้นหน้าปัดมุกสีขาวประดับด้วยเพชรล้อมกรอบด้วยทองคำขาว 12 เม็ดแทนตัวเลขบอกเวลา โดยไม่มี ช่องหน้าต่างแสดงวันที่ เสริมความหรูหรายิ่งขึ้นด้วยสายนาฬิกาประดับไข่มุกอะโกย่าสีขาว (Akoya Pearls) จำนวน 58 เม็ด และเพชรน้ำงามเจียระไนแบบ Full Cut 312 เม็ด (ราคาสอบถามที่ร้าน)