แมคลาเรน สปอร์ตซีรีส์คือ รุ่นที่สามและรุ่นสุดท้ายในครอบครัวแมคลาเรนออโต้โมทีฟ แมคลาเรนทุกคันได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อขับบนถนนและเพื่อแข่ง ตั้งแต่ปีพ.ศ.2524 สปอร์ตซีรีส์ยังคงใช้โครงคาร์บอนไฟเบอร์ และใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ แผงดักลมในกันชนหน้า แยกการถ่ายเทของอากาศสู่ 4 ทิศทาง ผ่านทั้งใต้รถและตลอดตัวถัง ตัวยึดประตูและครีบยันลอยประสานกันได้เป็นอย่างดีกับปีกหลัง

สปอร์ตซีรีส์ของแมคลาเรนกำหนดมาตรฐานการออกแบบใหม่ให้แก่สปอร์ตคาร์ทั้งหมดเป็นครั้งแรกของโลก ด้วยการตกแต่งตัวถังแบบ shrinkwrapped สร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นแมคลาเรนอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยครีบยันลอย ประตูปีกนก และหน้าต่างหลังแบบเว้า ที่สง่างาม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสปอร์ตคาร์ทั้งหมด

การออกแบบครั้งสุดท้ายของ 570S Coupé ใกล้เคียงกับแบบร่างขั้นต้นที่นำเสนอโดยหัวหน้างานออกแบบ ร็อป เมลวิลล์ และทีม คงความเนี้ยบในเส้นสาย และรูปลักษณ์ภายนอกที่ชัดเจน ที่เอื้อในการถ่ายเทของอากาศตลอดตัวถัง

การออกแบบกันชนหน้าในรุ่นสปอร์ตมีความสำคัญอย่างยิ่งและเกี่ยวข้องกับวิถีของลมกับตัวถัง เนื่องจากเป็นส่วนแรกที่ปะทะกับลม 570S จึงออกแบบกันชนหน้าให้ลมปะทะและแยกอากาศให้ไหลเวียน ผสานการใช้ฝากระโปรงขึ้นรูปที่ช่วยระบายลมไปตามส่วนโค้งของล้อหน้าอย่างราบรื่น ส่วนประตูแบบเปิดยกอันเป็นดีไซน์เฉพาะของแมคลาเรนที่นำมาจากรถยนต์ฟอร์มูล่าวัน ได้รับการติดตั้งมาอย่างสวยงามในแบบยกสูงพร้อมแนวเส้นข้างซึ่งออกแบบมาเพื่อแยกกระแสลมให้ไหลเข้าช่องลมด้านข้างและไหลสู่ใต้ครีบยันอย่างสม่ำเสมอ

McLaren570S (22)

รถของแมคลาเรนทุกคันยังคงใช้ประตูปีกนกอันเป็นเอกลักษณ์จากแมลคาเรนฟอร์มูล่าวัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 อย่างไรก็ตาม ประตูรุ่นใหม่ได้รับการปรับปรุงให้ผู้ขับสามารถเข้าสู่ตัวรถได้สะดวกยิ่งขึ้น โครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์แบบ MonoCell II ยังสร้างรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และเอื้อในการเข้า-ออกตัวรถ

ประตูอันทันสมัยและสง่างามนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแมคลาเรน P1™ออกแบบให้ยกสูงเพื่อให้กระแสลมไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ช่องลมไหลสู่หม้อน้ำอุณหภูมิสูงได้โดยง่าย ทำให้สามารถออกแบบช่องลมให้เล็กลง ลดแรงต้านในการขับ

ประตูผลิตจากอะลูมิเนียมเป็นหลักเพื่อลดน้ำหนักและเพื่อการออกแบบทางอากาศพลศาสตร์ที่ประณีต ประตูช่วงบนใช้กระบวนการฉีดเรซิ่นเพื่อให้รูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งแต่ยังคงอ่อนช้อยในเวลาเดียวกัน และใช้แกนน้ำหนักเบา ปุ่มเปิดอยู่ใต้ช่วงล่างของประตูเพื่อสร้างความสง่างามให้แก่แผงด้านนอกประตู

ด้านหลังส่วน Glasshouse ในสปอร์ตซีรีส์ประกอบด้วยเสายกแบบซี เอื้อให้ลมไหลตามรูปของห้องโดยสารและไหลด้านล่างของรถ การออกแบบทางอากาศพลศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ สถาปัตยกรรมยานยนต์ที่ยอดเยี่ยมนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า ตลอดตัวรถรุ่น 570S จะเกิดแรงต้านต่ำสุด พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นและแรงกดต่อตัวเครื่องสูงสุดความโดดเด่นของรถสปอร์ตซีรีส์คูเป้ คือ กระจกเว้าของด้านหลังระหว่างครีบยัน และเสา B ที่บางลง เอื้อในด้านวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมให้กับสปอร์ตซีรีส์อันเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ของยานยนต์ในตระกูลสปอร์ตซีรีส์โดยเฉพาะ

มาร์ค วินเนลส์ กรรมการบริหาร ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า “ด้วยโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์และอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา 570S Coupéน้ำหนักตัวรถเปล่ามีน้ำหนักเบาอยู่ที่ 1,313 กิโลกรัม น้อยกว่าแบรนด์คู่แข่งถึง 140 กิโลกรัม”

คริส กู้ดวิน กล่าวว่า “รถสปอร์ตคาร์จะมุ่งเน้นในเรื่องการบาลานซ์ความเกาะตัว และการตอบสนองของยางและพวงมาลัยเป็นหลัก สปอร์ตซีรีส์จะมีประเภทยางให้เลือกน้อยกว่าโมเดลอื่นๆในรุ่นซุปเปอร์หรืออัลติเมทซีรีส์รถก็ยังให้สมรรถนะจุดประสงค์ในการขับขี่ที่สูง แต่อย่างไรก็ตาม เราก็สนใจในเรื่องความรู้สึกของผู้ขับเช่นกัน ซึ่งยากที่จะวัดเป็นค่าใด แต่เราก็ดูได้จากรอยยิ้มของผู้ขับเมื่อเค้าโค้ง ซึ่งแสดงถึงสมรรถนะยางคุณภาพเยี่ยมของเรา”

สปอร์ตซีส์เปิดตัวด้วยหลากสีให้ผู้ขับเลือก สร้างสรรค์ร่วมกันกับช่างเทคนิค AkzoNobel นำเสนอถึง 17 สี โดยสีที่คิดค้นใหม่ คือ Ventura Orange, Vermillion Red, Bourbon และ Blade Silver

จอลเลี่ยน แนช กรรมการบริหาร ฝ่ายขายและการตลาดระดับโลก กล่าวว่า “ทุกโมเดลของแมคลาเรนมีความชาญฉลาด สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แต่สปอร์ตซีรีส์เหนือชั้นขึ้นอีกระดับ ทีมวิศวกรได้ปรับแต่งให้สปอร์ตซีรีส์มีความสะดวกสบาย มีพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพิ่มขึ้น วิสัยทัศน์ที่ดียิ่งขึ้น ปัจจัยอื่นยังมีความสำคัญ อาทิ การบำรุงรักษาที่สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น และราคาของสปอร์ตซีรีส์ ส่งผลให้ 570S Coupé  เป็นคู่แข่งที่แท้จริงในตลาดรถสปอร์ต”

แมคลาเรนสปอร์ตซีรีส์ มุ่งหมายให้ผู้ขับ สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ โดยมีอัตราน้ำมันที่ใช้ได้นานกว่าโมเดล 650S กว่า 10%

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท นิชคาร์กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายแมคลาเรนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร 02-321-1111