ราโด (RADO) แบรนด์นาฬิกาแห่งนวัตกรรมและสุดยอดงานดีไซน์ต้นแบบผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ (The Master of Materials) จากสวิตเซอร์แลนด์ เผยโฉมคอลเลคชั่น ทรู ทินไลน์” (True Thinline) ด้วยผลงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซกับการออกแบบเรือนเวลาสไตล์มินิมอล เรียบเก๋ใน 3 โทนสีโมโนโครม ก้าวข้ามผ่านทุกข้อจำกัดของเรือนเวลา ทำให้ทุกการสวมใส่คงความคลาสสิกเข้าได้กับทุกลุคทุกโอกาส แต่แฝงไว้ซึ่งเทรนด์แฟชั่นอันทันสมัย บางเฉียบตามแนวคิดที่ว่า ‘น้อยแต่มาก’ หรือ ‘Less is more’ ที่น้อยด้วยการดีไซน์อันตรงไปตรงมา เรียบง่ายไม่โอ้อวดแต่พิถีพิถัน โดดเด่นชัดเจนด้วยโทนสีเดียว และมากด้วยการตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ผ่านรายละเอียดดีเทลเล็กๆน้อยๆที่คิดตริตรองมาแล้วอย่างดี

ราโด (RADO) ก่อกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1950 แบรนด์นาฬิกาชั้นนำที่เป็นที่รู้จักอย่างดีไปทั่วโลกในด้านการออกแบบนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งการปฏิวัติการใช้วัสดุต่างๆมาผลิตเป็นนาฬิกาที่มีความสวยงามและคงทนสูง ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งที่เมือง Lengnau ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราโดมีความเป็นผู้นำตลอดมาด้วยปรัชญาที่ว่า “ถ้าเราสามารถจินตนาการสิ่งใดขึ้นได้ เราก็สามารถสร้างสรรค์มันขึ้นมาได้เช่นกัน” ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าราโดยังคงความงามตราบนิรันดร์จวบจนทุกวันนี้

ราโด" คอลเลคชั่นล่าสุด "ทรู ทินไลน์" (True Thinline)

‘Back to Basics’ กับ 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุดที่ยกมาเสริมทัพให้คอลเลคชั่นยอดนิยมอย่าง ทรู ทินไลน์คงอยู่ในใจของคนรักนาฬิกาตลอดกาล ให้ความสำคัญกับโทนสีโมโนโครมทั้ง3สี คือสีขาวบริสุทธิ์ สีดำลุ่มลึก และสีพลาสมาแวววาว ตัวเรือนและสายผลิตจากวัสดุอันเป็นซิกเนเจอร์ของราโดอย่าง ไฮเทค เซรามิก (High-Tech Ceramic) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงของแบรนด์ที่ได้คิดค้นและริเริ่มใช้ก่อนใคร ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าสเตนเลส สตีลถึง 25% แต่มาพร้อมความแข็งแกร่งมากกว่าถึง 5 เท่า ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สวมใส่ทั้งด้านความสวยงามคงทน แวววาวเสมือนใหม่อยู่เสมอ และป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังให้ความรู้สึกสบายขณะสวมใส่ ไม่ว่าอุณหภูมิจะเป็นเช่นไรก็ตาม จึงกลายเป็นอีกหนึ่งวัสดุยอดนิยมในวงการนาฬิกาลักชัวรี่ 

ราโด" คอลเลคชั่นล่าสุด "ทรู ทินไลน์" (True Thinline)

ทรู ทินไลน์ (True Thinline) โดดเด่นด้วยตัวเรือนยูนิเซ็กซ์ขนาด 39 มม. ที่เรียวบางเพียง 4.9 มม. ผลิตจากเซรามิกเพียงชิ้นเดียว โอบกระชับข้อมือได้อย่างแนบสนิท ขับเคลื่อนด้วยความมหัศจรรย์ของกลไกควอทซ์ที่บางเฉียบเพียงแค่ 1 มม.เท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นเรือนเวลาเซรามิกที่บางที่สุดเท่าที่ราโดเคยผลิตมา สร้างการเคลื่อนไหวที่ไร้ขีดจำกัดให้กับผู้สวมใส่ มาพร้อมหน้าปัดสไตล์โมเดิร์นลวดลายซันเรย์เรียบเปลือย ปราศจากหน้าปัดย่อย ตัวเลข หรือแม้กระทั่งอินเด็กซ์บอกเวลา ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ราโดเคลือบโรเดียม ให้ความรู้สึก

ราโด" คอลเลคชั่นล่าสุด "ทรู ทินไลน์" (True Thinline)

เรียบง่ายแต่ดูดี อีกทั้งกระจกหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์โค้ง ฝาหลังไทเทเนียมพ่นทราย เม็ดมะยมไฮเทค เซรามิก และกันน้ำลึกได้ 30 เมตร มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ได้แก่ ตัวเรือนสีขาวหน้าปัดอีนาเมลสีขาวมุก ตัวเรือนและหน้าปัดสีดำแวววาวดูลึกลับน่าค้นหาสนนราคา 71,300 บาท และตัวเรือนสีพลาสมาขัดเงาพร้อมหน้าปัดสีเทาหรูหรา สนนราคา 78,500 บาท

นอกจากนั้นตอบโจทย์รสนิยมมินิมอลเฉพาะตน สำหรับเหล่าสุภาพสตรีผู้ชื่นชอบเรือนเวลาขนาดกะทัดรัดกับตัวเรือนขนาด 30 มม. ที่มาใน 3 เฉดสีเช่นกัน เพิ่มความแตกต่างด้วยดีเทลจากวงแหวนโรเดียมรอบหน้าปัด   สีเงินเมทัลลิคในรุ่นสีขาวและสีดำ สนนราคา 67,800 บาท หรือโดดเด่นพิเศษด้วยวงแหวนรอบหน้าปัดเข็มบอกเวลา และเม็ดมะยมสีโรสโกลด์ในรุ่นพลาสมา สนนราคา 74,900 บาท

ราโด" คอลเลคชั่นล่าสุด "ทรู ทินไลน์" (True Thinline)

และปิดท้ายด้วยสุดยอดผลงานจักรกลเวลารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นพิเศษ ทรู ทินไลน์ สเกเลตัน” (True Thinline Skeleton) ที่ผสานงานฝีมือเก่าแก่กับความโมเดิร์นทันสมัยได้อย่างไร้ที่ติ โดดเด่นด้วยตัวเรือนไฮเทคเซรามิก สีดำที่หนาเพียงแค่ 7 มม. เผยโฉมให้เห็นการทำงานของกลไกไขลานอัตโนมัติด้านในที่บางเฉียบ ผ่านการแกะสลักหน้าปัดแบบคัทเอาท์ซับซ้อน ประดับแซฟไฟร์คริสตัลสวยงามทั้งสองด้าน ผลิตเพียง 99 เรือน ทั่วโลก มาพร้อมฝาหลังไทเทเนียมแกะสลักลิมิเต็ด อิดิชั่น ซึ่งมีให้จับจองเพียงเรือนเดียวในประเทศไทยเท่านั้น สนนราคา 171,200 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02-610-0200