เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า เดินสายไปสัมภาษณ์งานกี่ครั้งต่อกี่ครั้งทำไมถึงเงียบหาย งานที่หวังไว้ว่าน่าจะได้ ก็ชวดไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่มั่นใจแล้วว่าตอบคำถามได้ดี โปรไฟล์การศึกษาของเราก็ไม่แพ้ใคร แต่สัมภาษณ์งานครั้งไหน ก็ไม่เคยสมหวัง วันนี้ถึงเวลาบอกลาความผิดหวังจากการสัมภาษณ์งาน กับ สเต็ปง่ายๆนำมาฝากกัน รับรองได้เลยว่าการสัมภาษณ์งานของทุกคนในครั้งหน้าจะต้องผ่านฉลุยอย่างแน่นอน 

#สเต็ปที่ 1 เตรียมความคิด ทำการบ้าน

เริ่มจากศึกษาตำแหน่งที่จะไปสัมภาษณ์งาน และเตรียมคิดว่าเรามีความรู้หรือคุณสมบัติอะไรที่ทำให้บริษัทที่หมายตาไว้ เขาควรจ้างเราบ้าง เช่น ความสามารถในการสื่อสารระหว่างบุคคล, ความสามารถทางด้านการขาย ฯลฯ ต้องทำการบ้านเอาไว้ล่วงหน้าก่อนเพื่อที่จะสามารตอบคำถามได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติและแสดงศักยภาพของเราออกมาอย่างเต็มที่ รวมถึงเขียน resume ให้น่าสนใจ เน้นทักษะที่ตรงกับคุณสมบัติของงานลงไป จัดหน้าให้อ่านง่ายและแบ่งหัวข้อชัดเจน ส่วนรูปภาพควรปรับแสง รีทัชแต่พอดี แค่นี้ก็พร้อมสำหรับการเตรียมตัวสเต็ปถัดไป 

#สเต็ปที่ 2 เติมทักษะที่ขาด  

ขวนขวายเพิ่มเติมทักษะที่จำเป็นในงานเป้าหมาย เพื่อทำให้เราเป็นเหมือนทรัพยากรที่มีค่ากับองค์กรมากขึ้น รวมถึงอาจจะเป็นคนที่พัฒนาองค์กรได้ถูกทิศถูกทางมากขึ้นด้วย เช่น HR ในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นผู้คัดสรรบุคคลแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านการตลาด การบริหาร เพื่อสร้างกระบวนการสรรหาที่ตอบโจทย์องค์กรมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าทักษะภาษาอังกฤษนั้น ยังเป็นทักษะทางภาษาอันดับ ที่องค์กรต้องการ แต่หากมีภาษาที่ หรือ ด้วย ก็จะเป็นที่หมายตามากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับทักษะคอมพิวเตอร์ แค่ Microsoft office คงยังไม่พอ อาจต้องเรียนรู้ทักษะโปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม

#สเต็ปที่ 3 ว่าด้วยเรื่องของ “ทัศนคติ”

ทัศนคติเชิงบวก เป็นสิ่งที่องค์กรและบริษัทต่างๆ ต้องการมาก เพราะบุคคลที่มีทัศนคติเชิงบวกมักจะดึงดูดความสำเร็จเข้ามา ด้วยแนวคิดแง่ดี เช่น เราสามารถทำได้ เรามีความสุข และเราต้องทำให้ได้ แนะนำว่าก่อนสัมภาษณ์งาน ควรทำความรู้จักแบล็คกราวด์ของบริษัทที่เรากำลังจะไปสัมภาษณ์ ดูว่าลักษณะงานตรงกับสิ่งที่เรากำลังมองหาอยู่หรือไม่ จากนั้นลิสต์แนวคำถามและคำตอบที่คาดว่าจะถูกถามไว้คร่าวๆ เพื่อเตรียมพร้อม แต่ขณะเดียวกัน ต้องมีสติบวกกับไหวพริบในการแก้ปัญหาของตัวเองด้วย ในกรณีที่เจอคำถามที่ให้แสดงความคิดเห็น จำไว้ว่า จงเป็นตัวของตัวเองและมองโลกในแง่บวกเข้าไว้ ซึ่งถ้าผ่านไปได้ ก็จะแสดงถึงความมีสติ รอบรู้ และความเป็นผู้นำของเรา

#สเต็ปที่ 4 เช็คบุคลิกภาพและการแต่งกายให้พร้อม

เพราะบุคลิกภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ทางที่ดีขณะที่สัมภาษณ์งานอยู่นั้น ควรนั่งหลังตรงและพยายามใช้ท่าทางประกอบการพูดเพื่อให้ดูผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ สง่า แต่ก็ต้องไม่มากเกินไปจนน่าเกลียด ที่สำคัญต้องมีศิลปะในการพูด โดยตอบคำถามอย่างมีเหตุมีผล ตรงประเด็น ฉะฉาน และมีน้ำเสียงชวนฟัง พร้อมกับเตรียมเรื่องการแต่งกายให้พร้อม เนื่องจากจุดนี้เป็นตัวบ่งบอกถึงความพิถีพิถันและเอาใจใส่ตัวเอง ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์งาน ควรเลือกเครื่องแต่งกายที่ถูกกาลเทศะ เหมาะกับบุคลิกภาพของตัวเอง อย่าให้มากหรือน้อยเกินไป

#สเต็ปที่ 5 สร้างความประทับใจผ่านการสื่อสารทางสายตา

รู้หรือไม่ว่าการสบสายตาสามารถบอกความรู้สึกได้ ไม่ว่าจะรัก จะชอบ ไม่ชอบ เคารพนับถือ ไปจนถึงความรู้สึกมุ่งมั่น ดังนั้น เวลาสบสายตาผู้สัมภาษณ์ เราต้องใช้สายตาที่มีความสุภาพเรียบร้อย จะได้ไม่ทำให้ดูก้าวร้าวและไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำตาล่อกแล่ก เมื่อเจอคำถามสุดหิน เพราะนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังรู้สึกไม่มั่นใจนั่นเอง ส่วนคนไหนที่สายตาสั้นแล้วใส่แว่นสายตาอยู่นั้น อาจจะลองมองหาตัวช่วยเพิ่มความคล่องตัวและปรับบุคลิกภาพให้ดูกระฉับกระเฉง เสริมความมั่นใจผ่านการแสดงออกทางสายตามากขึ้นด้วยการใส่คอนแทคเลนส์ จะได้ไม่ต้องคอยจับแว่นตาในระหว่างสัมภาษณ์งานเวลาที่ขยับตัวแล้วแว่นตาเคลื่อนไปมาส่งผลให้ไม่โฟกัสในสิ่งที่กำลังสัมภาษณ์และยังทำให้เสียบุคลิกอีกด้วย

นอกจากนี้ ข้อควรระวังสำหรับหนุ่มๆ สาวๆ เมื่อใส่คอนแทคเลนส์ไปสัมภาษณ์งาน ควรเลือกคอนแทคเลนส์ที่ปลอดภัยมีมาตรฐาน ใส่แล้วดวงตาชุ่มชื่นยาวนานจะได้ไม่เสียบุคคลิกกับการกระพริบตาตลอดเวลาขณะสัมภาษณ์งานเนื่องจากรู้สึกตาแห้ง ขืนเกิดอาการตาแดงไปสัมภาษณ์คงไม่ดีแน่เพราะอาจถูกมองว่าเป็นโรค หรือถ้าอยากใส่แบบสีก็ควรจะใส่คอนแทคเลนส์โทนสีธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาล สีดำ หรือสีเทา ที่มีขนาดใกล้เคียงและลายกลืนไปกับดวงตาจริง จะทำให้ดวงตาคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หรือบางคนที่ตาดำดูลอยๆ การใส่คอนแทคเลนส์ก็ช่วยได้เช่นกัน และควรทดลองใส่คอนแทคเลนส์ล่วงหน้าก่อนสัมภาษณ์งานสัก 2-3 วันเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจในขณะสัมภาษณ์มากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ดวงตาก็จะดูสุภาพ น่าเชื่อถือ สวยมั่นใจ สร้างความประทับใจแรกพบได้แน่นอน

ขอขอบคุณคำแนะนำจากจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน วิชั่นแคร์