ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวหลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขระบุว่า ในด้านจำนวนผู้เข้าพัก และรายได้จากห้องพัก เพิ่มขึ้น 13% ในปีพ.ศ.2558 อย่างไรก็ตาม 29 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจท่องเที่ยวในไทยยังไม่มีช่องทางสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางสมาร์ทโฟน ในแง่ของการขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยอีก 44 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า พวกเขาไม่มีเวลาหรือทรัพยากรเพียงพอ และธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยถึง 41เปอร์เซ็นต์ชี้ว่า ไม่สามารถหาโมบายล์โซลูชั่นที่ตอบโจทย์ได้ และราว 37 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหมดมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะต้องลงทุนเพิ่มขึ้นหากจะขยายช่องทาง

ธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ก้าวล้ำหน้าไปกว่าธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ในแง่ของการตอบรับกระแสการเติบโตของการใช้โทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสารไร้สายในยุคนี้ จากการสำรวจพบว่า 71เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจในประเทศไทยยืนยันว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วไปสามารถติดต่อสื่อสารและรับบริการจากพวกเขาได้ผ่านสามาร์ทโฟน ในทางกลับกัน มีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจในสิงคโปร์ และ 54 เปอร์เซ็นต์ในมาเลเซีย ที่เปิดให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางสมาร์ทโฟน

ภาคธุรกิจจำเป็นที่จะต้องเห็นความสำคัญของการก้าวให้ทันเทคโนโลยีและโมบายล์เทรนด์ งานวิจัยจากนีลเส็นในปี 2015 คาดว่า จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะถึง 100 เปอร์เซ็นต์ในอีก 4 ปีข้างหน้า

อนาคตการท่องเที่ยวอยู่บนโลกออนไลน์

ด้วยการแพร่หลายของอินเตอร์เนตในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องการจองที่พักและสายการบินทางออนไลน์

กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวหรือเคยไปเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีการจองผ่านช่องทางออนไลน์ โดยนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ 93 เปอร์เซ็นต์ และนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย 95 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า เคยทำการจองทริปผ่านช่องทางออนไลน์

ในด้านการวางแผนท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้มีความเชื่อถือและพึ่งพาข้อมูลจากช่องทางออนไลน์สูงมาก โดย98 เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 96 เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ และ 87 เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ระบุว่า พวกเขาศึกษาและค้นหาข้อมูลจากช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เช่น เวบไซต์ท่องเที่ยว หรือออนไลน์ฟอรั่มต่างๆ เพื่อวางแผนการเดินทาง

การท่องเที่ยวโดยไม่มีการวางแผนกำลังเพิ่มขึ้น

ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวยุคดิจิตอลมีแนวโน้มที่จะจองการเดินทางในนาทีสุดท้ายมากขึ้น

54 เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวที่ได้สำรวจ เมื่อตัดสินใจว่าจะเดินทาง จะทำการจองทริปภายใน 1 สัปดาห์หลังจากตัดสินใจได้ ในขณะที่อีก 38 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยว จะจองตั๋วล่วงหน้าไม่เกิน 1 สัปดาห์ก่อนวันเดินทางจริง

จากประเทศที่ทำการสำรวจทั้งหมด นักท่องเที่ยวจากจีนเป็นกลุ่มที่มีการท่องเที่ยวแบบกระทันหันมากที่สุด โดย 71เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวชาวจีนจะทำการจองทริปภายใน 1 สัปดาห์หลังจากตัดสินใจว่าจะเดินทาง และ 58เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวชาวจีน จะจองตั๋วล่วงหน้าไม่เกิน 1 สัปดาห์ก่อนวันเดินทางจริง 

การจองทริปกำลังย้ายไปสู่สมาร์ทโฟน

ในขณะที่คอมพิวเตอร์ยังคงเป็นอุปกรณ์สื่อสารอันดับต้นที่ถูกใช้เพื่อการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ในภูมิภาคนี้ แต่การจองการท่องเที่ยวผ่านสมาร์ทโฟนก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยะสำคัญ

–    เกือบครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ทำการสำรวจ ได้ทำการจองการท่องเที่ยวผ่านสมาร์ทโฟน

–    นักท่องเที่ยวจากจีน มีความต้องการสื่อสารผ่านช่องทางสมาร์ทโฟนสูงมาก โดย 73 เปอร์เซ็นต์ ได้จองการเดินทางผ่านสมาร์ทโฟน

–    อย่างไรก็ตาม ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยได้ก้าวล้ำหน้าไปกว่าธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ในแง่ของการอำนวยความสะดวก เพราะกว่า 71 เปอร์เซ็นต์ มีการให้บริการผ่านสมาร์ทโฟนแล้ว ในขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวในสิงคโปร์เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ และมาเลเซีย 54 เปอร์เซ็นต์ มีการเปิดให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางสมาร์ทโฟน

มรราหุล ชิงฮาล ผู้จัดการ PayPal ประจำประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี เมื่อนักท่องเที่ยวมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ธุรกิจก็ต้องปรับเปลี่ยนให้สอดรับกัน นักท่องเที่ยวในยุคดิจิตอลต้องการความเรียบง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน ความสะดวกสบาย รวมถึงความน่าเชื่อถือ เมื่อพวกเขาทำการจองทริปต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ และสมาร์ทโฟนคืออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์สำหรับพวกเขา ถ้าหากธุรกิจต่างๆ สามารถอำนวยความสะดวกในการจองออนไลน์จากทุกที่บนโลก พร้อมมอบประสบการณ์ด้านการชำระเงินที่ง่ายดายและปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวได้ ธุรกิจเหล่านั้นสามารถไปได้ไกลอย่างแน่นอน ในฐานะที่ PayPal เป็นผู้นำด้านการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์และสมาร์ทโฟน ด้วยจำนวนลูกค้ากว่า 188 ล้านราย จากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก เรามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยสนับสนุนและเปิดประตูธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลก”


รายงานพบว่า นักท่องเที่ยวยุคดิจิตอลในภูมิภาคนี้ ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยเป็นปัจจัยแรก ที่จะส่งเสริมให้พวกเขายอมทำธุรกรรมหรือจ่ายเงินผ่านทางเวบไซต์ หากธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างความไว้วางใจให้แก่ลูกค้า โดยการให้บริการชำระเงินที่เป็นที่ยอมรับ น่าเชื่อถือ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลทางการเงินอย่างปลอดภัย ก็จะนำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้น