Breaking

วิธีแยกความแตกต่างระหว่าง โอเดอเพอร์ฟูม โอเดอทอยเล็ตต์ และโอเดอโคโลญจน์

จะมีสักกี่คนที่แยกความแตกต่างของน้ำหอมได้ชัดเจน หลายคนเวลาจะซื้อน้ำหอมสักขวดจะได้อิทธิพลมาจากการได้ดมกลิ่นมาก่อน ชอบแล้วซื้อตาม แต่พอซื้อมาใช้แล้วมีความรู้สึกว่ากลิ่นไม่เหมือนที่อยากได้ กลิ่นรุนแรง หอมไม่นาน และอีกหลายปัญหา เพราะอะไรเรามีคำแนะนำดีๆ ก่อนตัดสินใจ

ต่อไปนี้เป็นวิธีแยกแยะความแตกต่างระหว่าง 5 กลิ่นยอดนิยมในโลกแห่งน้ำหอมที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อน

Perfume

มนุษย์คุ้นเคยกับน้ำหอมมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ โดยมีการทำยาดมและบาล์มโดยใช้น้ำมันหอมระเหย ในยุคสมัยนี้เราสกัดใส่ลงในขวดหรูใช้ง่ายสะดวกสบาย กลิ่นแบบ Perfume เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงสุดมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยประมาณ 20% – 30% ทำให้มีกลิ่นหอมติดทนยาวนานตลอดวัน หรือประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง หากประพรมลงบนเนื้อผ้าสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าหนึ่งวัน จึงทำให้น้ำหอมมีราคาสูงที่สุดในบรรดาน้ำหอมทั้งหมด แต่ฉีดมากไปก็จะทำให้เกิดกลิ่นฉุนแรง คนที่อยู่ใกล้รอบข้างอาจจะสำลักได้ และไม่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง และผิวแพ้ง่ายอาจทำให้ระคายเคือง

Eau de parfum

หลายคนจะสับสนระหว่าง Eau de Parfum กับน้ำหอมปกติ คีย์เวิร์ดสำคัญคือ “eau” ที่แปลว่า “น้ำ” ซึ่ง Eau de Parfum มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยประมาณ 15% – 20% นอกนั้นคือส่วนผสมของน้ำนั่นเอง น้ำหอมชนิดนี้จึงมีกลิ่นติดนานประมาณ 4 ชั่วโมง มีกลิ่นที่ชัดเจน แต่ไม่ฉุนรุนแรง สามารถใช้ได้ระหว่างวัน  

Eau de toilette

น้ำหอมชนิดมีการผลิตขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 14 และถูกเรียกว่า “น้ำแห่งสวรรค์” เป็นน้ำหอมประเภทเบาเพราะมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยประมาณ 5% – 15% กับส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงให้กลิ่นที่เบาอ่อนนุ่มผู้หญิงนิยมใช้มาก โดยปกติจะให้ความหอมอยู่นานประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง เหมาะมากสำหรับในช่วงกลางวัน และยังเป็นที่นิยมมากที่สุดของนำน้ำหอมในปัจจุบัน

Eau de cologne

น้ำหอมชนิดนี้มีความหมายว่า “น้ำจากโคโลญจ์” ที่นิยมใช้ในอเมริกาเหนือเพื่อเป็นกลิ่นสำหรับผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้โอเดอโคโลญจน์มักจะหมายถึงกลิ่นหอมสดชื่น หรือกลิ่นผลไม้ มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยประมาณ  2% – 4% กับแอลกอฮอล์และน้ำ ด้วยเหตุนี้ราคาจึงไม่แพงมาก โดยปกติกลิ่นจะอยู่ได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง ให้กลิ่นอ่อน ๆ วัยรุ่นนิยมใช้กันทั่วไป

Eau fraiche

น้ำหอมที่มีความเบาที่สุด  มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยอยู่ที่ประมาณ 1% – 3% กลิ่นหอมจะติดนานบนผิวน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงทำให้กลิ่นหอมที่สังเกตไม่ออก กลิ่นของมันมักจะเรียบง่ายและสดชื่น Eau fraiche มักจะมีราคาต่ำกว่าในบรรดาน้ำหอมทั้งมดและสามารถใช้ได้ตลอดทั้งวันรวมถึงในระหว่างการเล่นกีฬาด้วย