Breaking

การทำงานอย่างหนักหน่วงไม่ได้แปลว่าคุณจะประสบความสำเร็จ และการทำงานที่ไร้จุดหมายเองก็ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนที่คุณจะได้กลับมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือการบริหารชีวิต จัดสรรเวลาให้สมดุล แล้วคุณจะมีความสุขไปกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีคำแนะนำดีๆมาฝากให้ลองเอาปรับใช้ดูนะคะ

1.      เขียนรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน

เทคนิคง่ายๆเทคนิคแรกคือ การเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน (to-do list) เพื่อเป็นการเริ่มต้นวันอย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำ ก่อน-หลัง แล้วคุณจะต้องแปลกใจกับผลลัพธ์ที่ตามมาว่าเทคนิคนี้ช่วยการทำงานของคุณได้มากจริงๆ

2.      จัดลำดับขีดจำกัดการทำงานของคุณ

การสร้างรายการที่ต้องทำในแต่ละวัน (To-do list) นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องระมัดระวังเวลาที่ใช้ไปกับการทำงานแต่ละชิ้นด้วยเช่นกัน กำหนดเวลาให้แต่ละชิ้นงาน และถ้าหากคุณไม่สามารถทำงานให้เสร็จตามเวลาที่กำหนดได้ ให้เปลี่ยนไปทำงานอีกอย่างและกลับมาทำงานเดิมในอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมาหรือวันถัดไป อย่างไรก็ตามคุณต้องพึงนึกถึงความรับผิดชอบหรือกำหนดวันส่งงานไว้เสมอ เพื่อให้การบริหารเวลามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นตามความคาดหมาย

3.      อย่ากลัวที่จะนั่งหยุดพัก

ในขณะที่หลายคนมักเชื่อว่า “การหยุดพัก” เป็นสิ่งที่ทำให้เสียเวลาการทำงานมาก แต่เมื่อพูดถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การหยุดพักถือได้ว่าเป็นวิธีการที่ดีอย่างหนึ่ง โดยนักวิจัยได้พิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่าการหยุดพักเป็นระยะสั้นๆ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี รวมถึงได้ทบทวนปรับปรุงงานให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ

ดังนั้นอย่าลังเลที่จะหยุดพัก ออกไปพักทานขนมหรือเดินเล่นรอบ ๆ ออฟฟิศ เพื่อทำให้สมองนั้นปลอดโปร่งและทำตัวให้สดชื่นขึ้น เพื่อพร้อมกลับไปสู้กับงานอันหนักหน่วงต่อ

4.      มนุษย์สังคมสามารถสร้างสิ่งต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จได้

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างห่างไกลจากผู้คน และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหลักที่คนรุ่นใหม่มักพยายามหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์อันน่าเบื่อนี้ โดยปฏิสัมพันธ์หรือพูดคุยกับผู้อื่นเป็นบางครั้ง เพื่อเปิดโอกาสในการคิดค้นและมีความสุขไปกับการทำงาน

โคเวิร์กกิ้งสเปซ คือพื้นที่ทำงานร่วมกันที่พร้อมให้คุณได้เปิดโอกาสพบปะผู้คนใหม่ๆ เพียงแค่คุณก้าวขาออกจากออฟฟิศของคุณแล้วไปนั่งทำงานร่วมกับผู้อื่น และคุณจะพบกับความประหลาดใจที่ว่าการนั่งทำงานร่วมกับผู้อื่นหลายๆ คนนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างน่าเหลือเชื่อ!

5.      ลดระยะการเดินทางเพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า

คุณเหนื่อยกับช่วงเวลาการเดินทางก่อนที่จะเริ่มทำงานหรือไม่? ซึ่งผู้คนมากมายในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ นั้นกำลังเผชิญกับปัญหานี้

ถึงแม้ว่าจะปัจจุบันจะมีวิธีการลดและเลี่ยงสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเครียด แต่ก็มีอีกหนึ่งทางเลือกที่จะเป็นโซลูชั่นให้คุณได้เลือกสถานที่ทำงานที่เหมาะสมสำหรับคุณ โดยปัจจุบัน บริษัท หลายแห่งเริ่มก่อตั้งสำนักงานในพื้นที่ทำงานร่วมกันไปทั่วกรุงเทพ หรือหากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจขึ้น จะดียิ่งกว่าหากคุณเลือกใช้พื้นที่ทำงานร่วมกันเป็นสำนักงานของคุณ  ซึ่งตัวเลือกนี้สามารถมอบความยืดหยุ่นและสมบูรณ์แบบเหมาะสำหรับธุรกิจทุกประเภทและทุกความต้องการ

6.      ลดความยุ่งเหยิงบนโต๊ะทำงานของคุณ

มีหลายสิ่งที่ต้องพูดเกี่ยวกับการจัดระเบียบและการลดจำนวน “สิ่งของ” ซึ่งสามารถช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณได้ โดยการทำความสะอาดพื้นที่ทำงานสามารถช่วยให้คุณโฟกัสกับสิ่งที่คุณกำลังทำและลดความเครียดที่เกิดจากการรบกวนรอบโต๊ะของคุณ

พื้นที่ทำงานร่วมกันนับเป็นโซลูชั่นที่เหมาะสมและสมบูรณ์แบบสำหรับการลดปัญหาความยุ่งเหยิงในชีวิตของคุณ การที่ไม่ยึดติดกับโต๊ะทำงานเป็นประจำสามารถที่จะช่วยให้คุณกำจัดความยุ่งเหยิงออกไปได้ ฉะนั้นควรจำไว้ให้มั่นว่า พื้นที่ทำงานควรที่จะจัดเรียงให้ดูสะอาดตาเสมอ แล้วจิตใจและความคิดของคุณก็จะไม่ยุ่งเหยิงอีกต่อไป

7.      กำจัดสิ่งที่ทำลายสมาธิออกไป

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณทำงานเสร็จภายในเวลาที่กำหนดคือโฟกัสในสิ่งที่คุณกำลังทำ สิ่งนี้สามารถทำได้โดยการปิดการรบกวนสมาธิของคุณทั้งหมด เช่น การแจ้งเตือนทางโทรศัพท์และข้อความเตือนต่างๆ คุณสามารถลองทำสิ่งนี้ได้อย่างน้อยสองชั่วโมงในแต่ละวัน แล้วคุณจะประหลาดใจกับสิ่งที่คุณสามารถตั้งเป้าหมายไว้นั้นเสร็จสิ้นได้

8.      ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของสถานที่ทำงาน

การทำงานอยู่แต่กับสถานที่เดิมๆ ในทุกๆวัน อาจทำให้คุณนั้นหมดกำลังใจในการทำงานก็เป็นได้ และนี่ก็ปัจจัยหลักที่ผู้ใหญ่หลายๆคนหรือคนยุคมิลเลนเนียล (Millennials) เลือกที่จะทำงานในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น ทำงานในร้านกาแฟหรือห้องสมุด

หนึ่งในข้อดีของการทำงานบนพื้นที่ทำงานร่วมกันคือ คุณสามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานได้ทุกเมื่อตามที่คุณต้องการ ยกตัวอย่างเช่น รีจัส (Regus) และสเปซเซส (Spaces) ที่นำเสนอพื้นที่บริการสำนักงานในเครือข่ายให้กับสมาชิกทุกท่านสามารถใช้บริการได้ทั่วทุกมุมโลก ทุกที่และทุกเวลา

9.      สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่เหมาะสมครบวงจร

สภาพแวดล้อมที่ดีมีความหลากหลายในการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ในบางครั้งเราทุกคนก็ต้องการความมั่นคงของชีวิตการทำงานในระยะยาวด้วยเช่นกัน ฉะนั้นจงห้อมล้อมตัวเองให้อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่เหมาะสมและครบวงจร เพราะจะช่วยให้คุณแสดงประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

พื้นที่สำนักงานพร้อมใช้อย่าง รีจัส(Regus), สเปซเซส (Spaces) และเอชคิว (HQ) ที่พร้อมมอบสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน อันประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งพร้อมภายในออฟฟิศ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เต้ารับสำหรับชาร์ทไฟ ห้องโทรศัพท์แบบไร้สาย และห้องครัว ดังนั้นสิ่งที่คุณจะต้องทำมีเพียงแค่แสดงประสิทธิภาพในการทำงาน

10. คิดถึงสิ่งสวยงามที่ยังคงอยู่รายรอบตัวและมีความสุขไปกับมัน

เมื่อคุณรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดไฟในการทำงาน คุณควรหยุดพักนั่งสมาธิสัก 5-10 นาที เพื่อกระตุ้นพลังสมองและผ่อนคลายจิตใจ โดยการนึกถึงครอบครัว เพื่อนฝูง สัตว์เลี้ยงแสนรัก หรือแม้กระทั้งทริปวันหยุดถัดไปของคุณที่กำลังจะมาถึง!

หากคุณเป็นคนที่มีความมุ่นมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในชีวิต มันเป็นเรื่องที่ดีที่คุณสามารถสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ว่าในอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้าคุณจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นการตั้งเป้าหมายชีวิตในระยะยาวจะช่วยคุณโฟกัสไปกับงาน รวมไปถึงสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้รับความสำเร็จกลับมา

Cr. บทความwww.regus.co.th และ www.spacesworks.com