Breaking

การก้าวเข้ามามีบทบาทต่อวงการอาหารของไทยโดย มิชลิน ไกด์บุ๊ค สุดยอดหนังสือแนะนำร้านอาหาร ที่มาลิ้มลองและมอบดาวอันทรงเกียรติให้แก่ร้านอาหารต่างๆ ในกรุงเทพฯ นับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้คนมากมายให้ความสนใจกับวงการอาหารในกรุงเทพ และร้านอาหารฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอาหารชาติเดียวกับประเทศต้นกำเนิดของ มิชลิน ไกด์บุ๊ค นี้เป็นจำนวนมาก เราจึงเลือกร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพมหานครที่เข้าตาเรา มาแชร์ประสบการณ์ให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นร้านที่ตั้งอยู่แบบสแตนอโลนแต่คงไว้ซึ่งรสชาติอันยอดเยี่ยมในขณะที่ราคาสุดแสนจะคุ้มค่า ร้านอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ หรือว่าจะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสแนวดั้งเดิมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของประเทศอันสุดแสนโรแมนติค

บทความโดย จอย & ทีมงาน Luxury Society Asia 

LE NORMANDIE

เลอ นอร์มังดี (Le Normandie) – ระดับมิชลินสตาร์

หากจะพูดถึงร้านอาหารฝรั่งเศสระดับตำนานของเมืองไทย คงจะลืมห้องอาหาร เลอ นอร์มังดี ไปไม่ได้ นับตั้งแต่เปิดห้องอาหารมาเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี ห้องอาหาร เลอ นอร์มังดี แห่งนี้ยังคงเปล่งประกายสมกับที่เป็นหนึ่งในห้องอาหารระดับตำนานของกรุงเทพมหานคร ด้วยที่ตั้งที่อยู่บนชั้นที่ 5 ฝั่งการ์เด้นวิงค์ ของโรงแรม แมนดาริน โอเรียลเตล กรุงเทพฯ และวิวของแม่น้ำเจ้าพระยา ห้องอาหารที่มีเพียง 12 โต๊ะแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นเพลย์กราวน์ของ เชฟ Arnaud Dunand Sautheir เชฟผู้ที่ได้ร่วมงานกับเชฟที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิ Georges Blanc แห่งห้องอาหาร Vonnas, Marc Veyrat แห่งห้องอาหาร L’Auberge de L’Eridan และ Emile Jung แห่งห้องอาหาร Crocodile และที่ห้องอาหาร เลอ นอร์มังดี แห่งนี้ ก็ยังได้ต้อนรับสุดยอดเชฟมิชลินหลายท่าน รวมถึง Michel Roux และ Christian Bau สำหรับห้องอาหาร เลอ นอร์มังดี ถ้าเปรียบอาหารเป็นฮาร์ดแวร์แล้ว การบริการที่ไร้ที่ติก็คงจะหนีไม่พ้นที่จะเป็นซอร์ฟแวร์ ทุกวินาทีของการมอบบริการเกิดขึ้นแบบที่คุณจะไม่สามารถสังเกตได้ก่อนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการประดับดอกไม้สดที่โต๊ะรับประทานอาหาร ไปจนถึงการมีเก้าอี้สตูลสำหรับวางกระเป๋าวางอยู่ข้างเก้าอี้นั่ง พนักงานที่คอยสังเกต และมอบบริการให้อย่าไม่มีขาดตกบกพร่องชนิดที่ว่าสิ่งที่คุณต้องการนั้นโดยเสกขึ้นมาก่อนที่คุณจะคิดเสียอีก

www.mandarinoriental.com

Savelberg

ซาเวลเบิร์ก (Savelberg) – ระดับมิชลินสตาร์

Henk Savelberg เชฟอาหารฝรั่งเศสชาวดัตช์ผู้มากความสามารถ การันดีด้วย มิชลินสตาร์ สำหรับร้านทั้ง 4 แห่งของเขาที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยก่อนหน้าที่เขาจะมาเปิดร้านที่เมืองไทย เขาได้มีโอกาสมาประเทศไทยในฐานะเชฟรับเชิญเพื่อรังสรรค์อาหารอันเลิศรส และในที่สุดเขาก็ได้เปิดห้องอาหาร ซาเวลเบิร์ก สาขาประเทศไทย ขึ้นเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรก ตั้งอยู่ที่ด้านหน้าอาคาร เดอะ โอเรียลทอล เรสซิเดนซ์ บนถนนวิทยุ ตรงข้ามกับอาคารออลซีซั่นเพลส โดยอาหารของเขา ถูกปรุงอย่างพิถีพิถันสไตล์โมเดิร์นเฟรนช์ ผสมกลิ่นอายของอาหารดัตช์ และเสิร์ฟในแบบที่หรูหราใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา รวมถึงสีส้มที่เป็นสีประจำชาติของเนเธอร์แลนด์ก็ถูกนำมาผสมผสานในการดีไซน์ เพื่อเป็นเอกลักษณ์และย้ำให้เห็นว่าอาหารของเขามาจากไหน

บรรยากาศในห้องอาหาร ซาเวลเบิร์ก แห่งนี้อบอวนไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลักซูรี่แต่ไม่ดูหรูจนอึดอัด การบริการนั้นจะเป็นในรูปแบบของคลาสสิคยูโรเปี้ยน นั่นคือการมีส่วนร่วมในการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารกับแขกที่มาทานอาหารเพื่อให้แขกรู้สึกผ่อนคลายและเกิดความประทับใจ ห้องอาหาร ซาเวลเบิร์ก แห่งนี้เลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าคุณภาพเยี่ยม โดยเป็นห้องอาหารแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับดาวจากมิชลินที่ใช้ช็อกโกแลต Marou จากเวียดนามอีกด้วย

www.savelbergth.com

J'AIME BANGKOK

แฌม บาย ฌอง-มิเชล โลรองต์ (J’aime by Jean-Michel Lorain) – ระดับมิชลินสตาร์

ในปี 1986 Jean-Michel Lorain จาก Cote Saint Jacques จากเมือง เบอร์กันดี ประเทศ ฝรั่งเศส ได้รับเลือกให้เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศฝรั่งเศสที่ได้รับมิชลินสตาร์ 3 ดาวอันทรงเกียรติ และเมื่อเขาได้เลือกที่จะมาเปิดสาขาต่างประเทศที่ประเทศไทย ในชื่อ J’Aime by Jean-Michel Lorain ที่ โรงแรม U Sathorn เขาจึงได้ส่ง Amerigo Sesti มือขวาของเขา มากุมบังเหียนภายในครัว และ Marine Loraine ลูกสาวของเขาดูแลแผนกต้อนรับในฐานะผู้จัดการร้าน ด้วยความเป็นคนที่ใส่ใจต่อความรู้สึกไม่คุ้นชินในวิธีการรับประทานอาหารสไตล์ฝรั่งเศสของแขกชาวเอเชีย เขาจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการเสิร์ฟอาหารครั้งใหญ่ โดยได้เปลี่ยนวิธีการเสิร์ฟเป็นสไตล์แชร์ริ่งสำหรับครอบครัวโดยไม่ทิ้งรสชาติดั้งเดิมของอาหารฝรั่งเศส อาหารแต่ละจานที่เสิร์ฟจะถูกเสิร์ฟลงบน ‘lazy susan’ กระจกแก้วที่หมุนได้ และด้วยวิธีนี้ แขกที่มาทานอาหารสามารถเลือกได้ว่าจะแบ่งทานกันอย่างไร นอกจากนี้แล้ว ทางร้านยังได้เพิ่มตะเกียบเคลือบเงาสีดำให้สำหรับลูกค้าที่อยากจะลิ้มลองรสชาติอาหารฝรั่งเศสในสไตล์คุ้นชิน และแน่นอนว่าการบริการสุดพิเศษนี้มีเพียงที่สาขานี้ที่เดียวเท่านั้น การดีไซน์ห้องอาหารแห่งนี้นั้นมีเอกลักษณ์ ด้วยการวางแกรนด์เปียโนขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดานแบบกลับหัว สำหรับที่นี่แล้วเขาได้ทำให้ห้องอาหารเป็นมิตรต่อชาวเอเชีย โดยแขกที่มาทานอาหารที่นี่สามารถลิ้มรสชาติอาหารสไตล์ฝรั่งเศสแบบคลาสสิคในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

www.jaime-bangkok.com

เอเลเมนท์ (Elements) – ระดับมิชลินสตาร์

หากลองคิดภาพตาม การนำอาหารฝรั่งเศสมาผสมกับอาหารญี่ปุ่นจะน่าสนใจเพียงไหน ห้องอาหาร เอเลเมนต์ส แห่งนี้ ได้นำอาหารฝรั่งเศสมาใส่ลูกเล่นของความเป็นญี่ปุ่นจนเกิดเป็นรสชาติอาหารที่สุดแสนจะเพลิดเพลินลิ้นและใจ และด้วยบรรยากาศอันผ่อนคลายไม่เป็นทางการจนเกิดไปนัก ประกอบกับเมนูที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งรสชาติ รสสัมผัส อุณหภูมิ และสีสันอันสวยงาม ทำให้ดินเนอร์ของเรามื้อนั้นไม่ต่างอะไรกับการดื่มด่ำผลงานศิลปะชั้นเลิศเลยทีเดียว และด้วยวิวของย่านเพลินจิตที่เต็มไปด้วยตึกสูงรูปทรงหลากหลาย ตัดกับวิวของท้องฟ้าและพระอาทิตย์ที่กำลังทอดตัวลงทางด้านหลัง ทำให้ห้องอาหารแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นห้องอาหารที่มีทำเลสะดวกมาถึงง่ายด้วยบีทีเอส แต่ยังให้บรรยากาศอันสุดผ่อนคลายและโรแมนติคเป็นอย่างยิ่ง เมนูของที่นี่นั้นจะมีการนำวัตถุดิบตามฤดูกาลของญี่ปุ่นมาผสมใช้อย่างลงตัว และถูกรังสรรค์ออกมาเป็นมื้ออาหารแสนอร่อยที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

อ่านรีวิวของเรา ได้ที่นี่ http://thai.luxurysocietyasia.com/archives/2978

L'Atelier de Joel Robuchon

ลัตเตอลิเย เดอ โจเอล โรบูชง (L’Atelier de Joël Robuchon) – ระดับมิชลินสตาร์

ท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหราทว่าผ่อนคลายของห้องอาหาร เลอตาลิเย่ร์ เดอ โจเอล โรบูชอง แห่งนี้ เราได้เห็นเชฟพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับแขกของทางร้าน และด้วยการจัดวางผังร้านแบบครัวเปิดทำให้แขกและเชฟสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับอาหาร และแขกยังสามารถชมการรังสรรค์เมนูอาหารต่างๆ ได้ในระหว่างการทานอาหารอีกด้วย โดยเวทีหลักของเชฟนั้นถูกตกแต่งด้วยสีดำและแดงสไตล์คลาสสิคพร้อมด้วยครัวเปิดอยู่ตรงกลาง นำทีมโดยเอ็กซ์เซคลูทีฟเชฟ Olivier Limousin ผู้ที่เคยร่วมงานกับสุดยอดเชฟระดับตำนานอย่าง Joel Robuchon ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี นับตั้งแต่ที่ปารีส ไปจนถึงลอนดอน และมายังกรุงเทพมหานครแห่งนี้ และเชฟ Olivier Limousin นี่เองที่ทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพอาหารที่จะเสิร์ฟให้ลูกค้าทาน และเขาก็ไม่ลืมที่จะเน้นย้ำกับทีมอย่างสม่ำเสมอในเรื่องของการมอบความสุขให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของห้องอาหารฝรั่งเศสสุดหรูแห่งนี้

การตกแต่งสถานที่โดยรวมนั้น เน้นแนวเรียบง่ายและทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรามีระดับ สมกับที่เป็นห้องอาหารที่เป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน อาหารที่นำมาเสิร์ฟนั้นก็ล้วนแต่แสดงถึงตัวตนของทางห้องอาหารได้อย่างดี อาหารเต็มไปด้วยรสชาติที่หลากหลายเลิศรส น่าตื่นตาตื่นใจ และเมื่อประกอบกับเสียงดนตรีที่เลือกสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครต่างก็หลงรักห้องอาหาร เลอตาลิเย่ร์ เดอ โจเอล โรบูชอง แห่งนี้

robuchon-bangkok.com

Luxury Society Asia - Paris Bangkok: French Restaurant

ปารีส แบงคอก (Paris Bangkok)

เล้านจ์และห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงามในสไตล์ อินโดไชน์ อาร์ต เดคโคแห่งนี้ เป็นของ Dany Ganier ผู้ซึ่งมาจากนอกวงการอุตสาหกรรมการบริการ เขาได้นำมุมมองสดใหม่เข้ามาใช้ในการดำเนินกิจการห้องอาหารแห่งนี้ โดยเขามีเป้าหมายหลักในการทำห้องอาหารแห่งนี้ให้มีราคาที่เป็นมิตรและคงคุณภาพเยี่ยม เมนูของห้องอาหารแห่งนี้มีความเป็นอาหารฝรั่งเศสโดยพื้นฐานซึ่งสอดคล้องกับชื่อที่มาของร้าน เมนูแนะนำได้แก่ Marenne Oleron Fines de claire oysters, Akami tuna ceviche และ homemade foie gras terrine เนื้อวัวที่เขานำมาใช้นั้น เป็นเนื้อวัวคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ส่วนปลาเทร้านั้นได้จัดหามาจากโครงการหลวงที่เชียงใหม่ นอกจากนี้แล้ว ทางร้านยังเสิร์ฟกุ้งล็อบสเตอร์ปรุงสดจากตู้กระจกด้านหลังบาร์ และของหวานแนะนำที่จะพลาดไม่ได้คือ the Escoffier classic Poire Belle Helene

www.parisbangkok.com

4garcons French Restaurant Bangkok

โฟร์กาซอนส์ (4garcons)

ชื่อของห้องอาหารฝรั่งเศสแห่งนี้ถูกตั้งมาจากชื่อของสุภาพบุรุษ 4 ท่านที่มีแบคกราวน์มาจากต่างสายอาชีพ แต่มีความหลงไหลในอาหารฝรั่งเศสจนร่วมกันเปิดร้านแห่งนี้ขึ้น โดย 2 ใน 4 ของพวกเขา ทำหน้าที่เป็นเชฟปรุงอาหารและพาสตรีเชฟ เมนูอาหารสไตล์บราซเซอร์รี่ของพวกเขานั้นเป็นอะไรที่ตรงไปตรงมา ในส่วนการให้บริการนั้นทำได้อย่างมีระดับ เช่นเดียวกับการตกแต่งร้านที่ประดับประดาด้วยกองหนังสืออย่างมีศิลปะ เมนูที่โดดเด่นได้แก่ escargot และ steak tartare ส่วน mussels in mustard and saffron sauce ของพวกเขานั้นก็เป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิค เช่น duck confits ที่ถูกเติมเต็มด้วยมันบดที่ผสมมัสตาร์ดมาได้อย่างลงตัว ที่ร้านอาหารแห่งนี้เราบอกได้คำเดียวว่าเป็นอาหารสไตล์เฟรนช์โฮมเมดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติที่แท้จริง

www.4garcons.com

INDIGO FRENCH RESTAURANT BANGKOK

อินดิโก้ (Indigo)

ห้องอาหารที่เปิดมาอย่างยาวนานร้านนี้ ซ่อนตัวอยู่ในซอยคอนแวนต์ในย่านอันแสนจะพลุกพล่านอย่างย่านสีลม โดยห้องอาหารนี้ถูกดัดแปลงมาจากบ้านสไตล์โคโลเนียลรูปทรงตัว L และถึงแม้ว่าจะตั้งอยู่อย่างโดดเดียวแต่ก็คุ้มค่าที่จะมาทานอย่างยิ่ง บริเวณเล้านจ์ที่ดูผ่อนคลายนั้นตั้งอยู่กลางสวน ซึ่งสุดจะเพอเฟ็คสำหรับการนั่งจิบเครื่องดื่มก่อนเริ่มมื้ออาหาร ที่น่าแปลกใจคือห้องอาหารนั้นมีขนาดเล็ก แต่รายการอาหารนั้นกลับไม่เล็กตามขนาดของห้องอาหารเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกของอาหารประเภทปลา ที่มีให้บริการทั้งปลาสดๆจากในประเทศ และปลานำเข้าจากฝรั่งเศสอย่าง ปลาโซล หรือ มูเล่ หรือแม้กระทั่งเมนูปลาอบเกลือสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนก็มีให้เห็น ที่ห้องอาหารแห่งนี้ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก ในเรื่องของคุณภาพเนื้อวัวที่นำมาใช้ เราจะบอกเลยว่า เมนู beef tartare ของที่นี่เป็นหนึ่งใน beef tartare ที่ดีที่สุดในกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว นอกจากนี้เมนูที่เราอยากจะแนะนำคือ endive salad with blue cheese and apple, cheese soufle, escargot และ lobster ravioli

www.facebook.com/indigo    Credit photo: Bell_Hub 

Chez Pape French Restaurant Bangkok

เชซ ปาเป้ (Chez Pape)

ร้านสไตล์เฟรนช์บริสโทรแบบดั้งเดิมแห่งนี้ ตั้งอยู่ในซอยย่อย ใกล้กับร้าน Cheap Charlie ในซอยสุขุมวิท 11 ภายในร้านปูด้วยกระเบื้องสีขาวสลับดำ และโต๊ะอาหารนั้นเป็นโต๊ะที่ปูด้วยแผ่นเหล็กด้านบน ซึ่งเป็นโต๊ะที่ดัดแปลงมาจากโต๊ะของจักรเย็บผ้า ผนังของร้านตกแต่งด้วยหนังสือการ์ตูนฝรั่งเศสโบราณ รูปถ่ายของเหล่าเซเลบริตี้ บรรยากาศโดยรวมของร้านนั้นออกจะผ่อนคลาย ไม่เป็นทางการ สามารถมานั่งทานอาหารชิลๆ หรือจะเลือกจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูตรพิเศษที่บริเวณบาร์ของทางร้านได้อย่างสบายใจ ที่ห้องอาหารแห่งนี้เสิร์ฟอาหารสไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม เรียบง่ายแต่อร่อย นำทีมโดยเชฟ Cedric ผู้ที่ฝึกปรือตัวเองในตำแหน่ง Executive Sous-Chef จากห้องอาหาร Mantel เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นห้องอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ ซึ่งสไตล์ของร้านและอาหารชนิดนี้เป็นที่นิยมในย่านชานเมืองของฝรั่งเศส เน้นเสิร์ฟอาหารรสชาติดี มีคุณภาพ แต่เรียบง่าย หากใครอยากจะผ่อนคลายแบบไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากนัก ร้านนี้นับว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าไปลิ้มลอง

www.chezpape.com

Eve by Hansar French Restaurant Bangkok

อีฟ บาย หรรษา (Eve by Hansar)

ห้องอาหารสไตล์เอลิแกนท์แคชชวลแห่งนี้ มาพร้อมกับเทอเรสนั่งทานอาหารแบบโอเพ่นแอร์บริเวณด้านนอก มี Charles Christiaens เชฟชาวเบลเยียมที่มาจากร้าน Le Bistingo (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อ เป็น Aubergines) ร้าน Harvey ที่ทองหล่อ และยังมีประสบการณ์มาจากห้องอาหาร French Ma Maison ที่นายเลิศพาร์ค โรงแรม สวิสโซเทล โดยเมื่อก้าวเข้าสู่โรงแรมแล้ว แขกสามารถเดินผ่านโถงต้อนรับเข้าสู่บริเวณของ Rouge เล้านจ์ที่ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์บริสโทรที่ให้บริการเครื่องดื่มสไตล์ค็อกเทลแสนอร่อย และเมื่อเดินต่อไปจะพบห้องอาหาร อีฟ บาย หรรษา ซึ่งเป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนตามฤดูกาล เมนูที่มีให้บริการนั้นเป็นสไตล์อินโนเวทีฟ มีการนำวัตถุดิบที่แปลกใหม่เข้ามาผสมใช้และรังสรรค์เมนูใหม่ๆ อาทิ Alaskan King Crab, Soulard Foie Gras, Pacific Ocean Snow Fish และ Australian wagyu short rib  มอบประสบการณ์การทานอาหารฝรั่งเศสที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่เหมาะแก่การไปลิ้มลอง

www.hansarbangkok.com

L’Apart French Restaurant Bangkok

ลาพาร์ต (L’Appart)

ร้านอาหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้นดาดฟ้าของ โรงแรม โซฟิเทล สุขุมวิท แห่งนี้ ให้บริการอาหารฝรั่งเศสในบรรยากาศครัวเปิดที่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางห้อง ตกแต่ในสไตล์แมนชั่นแบบปารีเซียง ที่ได้รับอิทธิพลมาจากผลงานทางสถาปัตยกรรมของ Baron Haussmann ใช้ความสร้างสรรค์ในการรีดีไซน์ความเป็นปารีสในยุคศตวรรษที่ 19  มาตกแต่งห้องอาหารนี้ เมนูที่เสิร์ฟนั้นเป็นเมนูอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิคที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบจากท้องถิ่น อาทิ Tuna tartare with Avruga caviar topped with tropical mango and passion fruit และ snow fish steamed with lemon grass , ginger and kaffir lime leaves ร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งนี้ เป็นร้านที่มีเอเชียนทวิสต์อย่างน่าสนใจ

www.facebook.com/SofitelBKKSukhumvit

Aubergine French Restaurant in Bangkok

โอเบอร์จีน (Aubergine)

ร้านนี้เป็นร้านที่เปรียบเสมือนอัญมณีที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยศาลาแดง 1 โดยที่ตั้งของร้านนั้นเดิมทีเป็นแกรนด์วิลล่าของท่านฑูตในสมัยก่อน มีสวนร่มรื่นล้อมรอบและมีที่จอดรถอันแสนสะดวกสบาย เจ้าของของร้านอาหารแห่งนี้เป็นชาวไทยชื่อ Nunteera (Jum) Cox ซึ่งเรียนจบทางด้านอาหารและไวน์จาก Leith’s School of Food & Wine ในกรุงลอนดอน และได้รังสรรค์เมนูของทางร้านด้วยตัวของเธอเอง โดยเธอได้เน้นเมนูอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิคที่มีกลิ่นอายของเมดิเตอร์เรเนียนเข้ามาผสมผสานอยู่ เพื่อสะท้อนแพชชั่นของเธอในด้านการให้บริการอาหารและไวน์ที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากับราคา อาหารของร้านนี้นั้นตอบโจทย์เราเป็นอยากมากสำหรับอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิคที่มีความทันสมัยแฝงอยู่ เราประทับใจในร้านนี้มากจริงๆ

www.aubergine.in.th

 Philippe French Restaurant Bangkok

ฟีลีปเป้ (Philippe)

เชฟ Phiippe Peretti จาก Corsica มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกด้วยการมาเซ็ตอัพและเทรนอาหารและเครื่องดื่มให้กับทีมที่ The Palace สำหรับเจ้าชาย Ranariddh Sihanouk แห่งประเทศกัมพูชา เขามีความทุ่มเทและใส่ใจอย่างมากที่จะปรุงอาหารฝรั่งเศสรสเลิศให้แก่คนที่มาทานเสมอ และในปี 1998 เขาได้เปิดร้านอาหารขึ้นในกรุงเทพขึ้น โดยตกแต่งร้านด้วยกระจกใสบานยาวและประตูสไตล์ฝรั่งเศส เปิดด้านหน้าไปยังฝั่งถนนอันสงบเงียบที่มีต้นไม้เรียงตัวอยู่อย่างมีระเบียบ ภายในร้านอาหารถูกแบ่งออกเป็นชั้นล่างและชั้นลอยด้วยจำนวนที่นั่งทั้งสิ้น 70 ที่ ไฮไลท์ของอาหารที่นี่เป็นอาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่และใช้ทักษะการปรุงเพื่อดึงเอารสชาติธรรมชาติของอาหารออกมาโชว์ให้โดดเด่น เมนูท้องถิ่นสุดคลาสสิคและอาหารจำพวกตุ๋นเป็นอาหารที่เราอยากแนะนำให้ไปลอง

www.philipperestaurant.com

The Reflexions French Restaurant Bangkok

เดอะ รีเฟล็กซ์ซั่น (The Reflexions)

นับเป็นเวลาหลายปีที่พวกเขาได้ริเริ่ม ปรับปรุงคุณภาพ และเปลี่ยนแปลงการทานอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์น ห้องอาหาร เดอะ รีเฟล็กซ์ซั่น แห่งนี้ได้โฮสไวน์ดินเนอร์ที่ยอดเยี่ยมหลายต่อหลายครั้ง ทีมจากทั้งฝั่งครัวและฝั่งต้อนรับได้ให้บริการด้วยแพชชั่นและบริการแบบเฉพาะบุคคล มุ่งเน้นการค้นพบรสชาติ และความเชื่อมโยงระหว่างอาหารและผลงานทางศิลปะ เชฟ Mark Ian Jones เพิ่งเข้ามารับไม้ต่อในการบริหารงานครัว และเขาได้นำประสบการณ์อันทรงคุณค่าของเขาจากการทำงานร่วมกับเชฟระดับมิชลินสตาร์หลายท่านมาใช้ เขาได้สร้างสรรค์อาหารที่เต็มไปด้วยรสชาติที่น่าพึงพอใจ และเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากแต่ละฤดูกาลมาทำอาหาร ผลงานทางด้านการปรุงอาหารของเขานั้นสวยงามทั้งในเรื่องของสไตล์การตกแต่งและความครีเอทีฟ ไวน์ลิสต์ของ เดอะ รีเฟล็กซ์ซั่น ร้านนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะเต็มไปด้วยลิสต์ไวน์หายากจากแหล่งต่างๆ ทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่นี่เป็นที่น่าจดจำอย่างยิ่ง

www.theplazaatheneebangkok.com/restaurants/thereflexions 

Le Boeuf French Restaurant in Bangkok

เลอ เบิฟ (Le Boeuf)

วัฒนธรรมสเต็กฟรายบริสโทลนั้นเริ่มมาจากร้าน Café de Paris ที่ตั้งอยู่สถานีรถไฟเจนีวาในปี 1940 โดยมีวิธีการเสิร์ฟอาหารแบบหนึ่งคอร์สของ L’entrocote โดยเสต็กนั้นจะถูกเสิร์ฟมากับซอสเนยสูตรลับและเฟรนฟราย ชีวิตในวัยเด็กของ David J Perrot กรรมการผู้จัดการของร้าน Crepes & Co เขาจะไปทานอาหารร้านนั้นกับพ่อของเขาที่เป็นเพื่อนกับเจ้าของร้าน ภายหลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปีด้วยคอนเน็คชั่นจากในครั้งนั้น เขาได้กลายมาเป็นผู้สืบทอดเก็บความลับของซอสเนยในตำนานสูตรนี้ และเขาก็ได้นำซอสเนยนี้มายังกรุงเทพ และได้ปรุงเนยนี้ขึ้นที่บ้านของเขาเพื่อรักษาความลับ เขาได้แบ่งปันรสชาติอันสุดแสนพิเศษนี้ที่ร้านของเขาที่ตกแต่งด้วยกระจกรอบด้านคล้าย Glasshouse มีแสงธรรมชาติส่องมาถึงซึ่งเป็นบริเวณด้านหน้าของ Mayfair Bangkok, Marriot Executive Apartment ในซอยหลังสวน และเพื่อสอดคล้องกับความชอบของคนไทย เขาได้เพิ่มเมนูยอดนิยมอย่างแซลม่อน และเนื้อแกะติดกระดูกเข้าไปในเมนู เราเพียงอยากจะบอกว่าอาหารของที่นี่นั้นเรียบง่ายแต่ได้ใจจริงๆ

www.leboeufgroup.com

JP French Restaurant in Bangkok

เจพี เฟรนช์ เรสเตอรองท์ (JP French Restaurant) 

Jean-Pierre เจ้าของห้องอาหารได้อาศัยอยู่ที่กรุงเทพเป็นเวลานานกว่า 30 ปี ซึ่งนับตั้งแต่ตอนนั้นเขาได้ทำงานที่ร้านอาหารฝรั่งเศสหลากหลายร้าน ด้วยแพชชั่นส่วนตัวของเขาที่ชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสสไตล์ภูมิภาคแบบเรียบง่าย เขาจึงได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหารของเขาขึ้น โดยเขาเชื่อว่าการมอบบริการและประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่ดีมีคุณภาพนั้นจำเป็นที่จะต้องนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งต้นตำรับ โดยเขาได้ใช้วัตถุดิบนำเข้าสูงถึง 80%  เมนูที่ร้านอาหารแห่งนี้ รวมเมนูประเภทคลาสสิคอย่าง St Jacques gratinee, Tuna a la Plancha, Beef en croute with Sarladaise potatoes และ the classic Tarte aux Pommes สำหรับขนมหวาน และเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับมื้ออาหารที่นี่เขาได้เตรียมลิสต์ไวน์คุณภาพดีจากภูมิภาคต่างๆ ของฝรั่งเศสไว้ให้บริการ ร้านอาหารนี้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่เรียบง่าย ให้บริการเยี่ยม เหมือนได้นั่งทานอาหารรสเลิศในบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายอย่างยิ่ง

www.jpfrenchrestaurant.com