Breaking

ปัจจุบัน “ศัลยกรรมเสริมความงาม” ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น และมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงานตัวเลขสถิติของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ หรือ International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS) เมื่อปี 2018 มีจำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ประมาณ 5% และการศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน เป็นศัลยกรรมอันดับ 1 ที่มีผู้คนทั่วโลกสนใจรับบริการมากที่สุด รองลงมาคือ การศัลยกรรมดูดไขมัน และการศัลยกรรมตาสองชั้น ตามลำดับ
.

นพ.สุรสิทธิ์ อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด กล่าวถึงเทรนด์ศัลยกรรมทั่วโลกในปัจจุบันว่า
.

“จากรายงานตัวเลขสถิติของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ หรือ ISAPS ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่า การศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน เป็นศัลยกรรมอันดับ 1 ที่มีผู้คนทั่วโลกสนใจรับบริการมากที่สุด รองลงมาคือ การศัลยกรรมดูดไขมัน และการศัลยกรรมตาสองชั้น ตามลำดับ โดยกลุ่มผู้หญิง ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่นิยมในการทำศัลยกรรม เฉลี่ย 86.4% โดยศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน นำมาเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยการศัลยกรรมดูดไขมัน, ศัลยกรรมตาสองชั้น, การศัลยกรรมตกแต่งหน้าท้อง และยกกระชับหน้าอก
.

ส่วนในกลุ่มผู้ชาย ในปี 2017 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.4% โดย 5 อันดับศัลยกรรมยอดนิยม ได้แก่ ศัลยกรรมตาสองชั้น, ศัลยกรรมผู้ชายที่มีภาวะเต้านมโต (Gynecomastia), ศัลยกรรมเสริมจมูก, ศัลยกรรมดูดไขมัน และการปลูกถ่ายเส้นผม
.

ในฝั่งประเทศไทย ปัจจุบันศัลยกรรมยอดนิยม 3 อันดับแรก ยังคงเป็นการศัลยกรรมเสริมจมูก, การศัลยกรรมตาสองชั้น และการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ซึ่งจะยังคงเป็นเทรนด์ศัลยกรรมต่อเนื่องในปี 2562 แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีศัลยกรรมที่มาแรงในช่วงปีที่ผ่านมา อาทิ การศัลยกรรมดูดไขมัน, การเติมเต็มไขมันบนใบหน้า, การศัลยกรรมตกแต่งหน้าท้อง รวมถึง การศัลยกรรมดึงหน้า เข้ามาด้วย”
.

นอกจากนี้ จากรายงานของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ หรือ (ISAPS) ยังพบว่า ประเทศไทย มีผู้นิยมทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก, ศัลยกรรมดูดไขมัน, ศัลยกรรมเสริมจมูก, ศัลยกรรมตาสองชั้น และศัลยกรรมตกแต่งหน้าท้อง ติดอันดับท็อป 10 ของโลก แต่ที่น่าสนใจคือ สถิติตัวเลข ชาวต่างชาติเข้ามาทำศัลยกรรม ในรูปแบบ Medical Tourism ในประเทศไทยเฉลี่ยกว่า 30%
.

“ปัจจุบันชาวต่างชาติ ยังเดินทางเข้ามาทำศัลยกรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งเหตุผลสำคัญ คือ ชื่อเสียง ประสบการณ์ และฝีมือความชำนาญของศัลยแพทย์ไทย เช่นเดียวกับศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด ในช่วงที่ผ่านมา เราได้รับความสนใจและมีคนไข้เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งฝั่งตะวันออกกลาง ยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึง ประเทศแถบเอเชีย เข้ารับการบริการเป็นจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ราว 40 – 45% โดยคิดเป็นชาวต่างชาติ 10 – 15% และคนไทยที่พำนักในต่างประเทศ 35-40% โดยส่วนใหญ่นิยมมาทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก ศัลยกรรมตา เสริมจมูก และศัลยกรรมดึงหน้า”