Breaking

‘ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) ‘ หรือ ASAP ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะยาวแบบครบวงจร รถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับภายใต้แบรนด์ asap (เอแซ็ป) เตรียมสรุปเลือกผู้ซื้อแฟรนไชส์ asap Select เฟสแรก จำนวน 3-4 รายได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ ก่อนเซ็นสัญญาภายใน ม.ค.62 หนุนขีดความสามารถการให้บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและการจำหน่ายรถยนต์มือสองที่ครบสัญญาเช่าจากการขยายฐานผ่านแฟรนไชส์ มั่นใจเดินตามแผนเปิด asap Select ได้ 30 จุด ภายใน 5 ปี
.

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ asap ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะยาวแบบครบวงจรสำหรับลูกค้านิติบุคคล รถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับภายใต้แบรนด์ asap (เอแซ็ป) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้ต่อยอดการเติบโตของศูนย์รวมการให้บริการรถยนต์แบบครบวงจร ‘asap Auto Park’ ซึ่งเป็นจุดให้บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและเป็นจุดจำหน่ายรถยนต์ที่ครบสัญญา ผ่านรูปแบบการขาย แฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์ asap Select นั้น ล่าสุด มีผู้สนใจเข้าร่วมซื้อแฟรนไชส์เพื่อไปทำธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและจำหน่ายรถยนต์มือสองที่ครบสัญญาเช่าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากโมเดลแฟรนไชส์ของ asap Select ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์จะมีความเสี่ยงต่ำจากการไม่ต้องลงทุนไปซื้อรถมาให้บริการเช่าและสต๊อกรถมือสอง
.

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมสรุปรายละเอียดและคัดเลือกผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยในเฟสแรกคาดว่าจะคัดเลือกผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพจำนวน 3-4 ราย เพื่อเปิดแฟรนไชส์ asap Select รองรับความต้องการใช้บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้นเพื่อเดินทางท่องเที่ยว โดย ASAP คาดว่าจะสามารถลงนามเซ็นสัญญากับผู้ที่ผ่านมาการคัดเลือกได้ภายในเดือนมกราคม 2562
.

“เราคาดจะสรุปรายชื่อผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์เฟสแรกได้ภายในเดือนนี้ก่อนจะเสร็จสัญญาได้ภายในเดือนมกราคม 2562 นี้ ประมาณ 3-4 ราย ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นที่จะมีจุดให้บริการในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีจุดให้บริการตามสนามบิน ส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นของ ASAP ที่ดียิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดแฟรนไชส์ asap Select ครบ 30 แห่งภายใน 5 ปี” นายทรงวิทย์ กล่าว
.

สำหรับโมเดล asap Auto Park ภายใต้แบรนด์ asap Select ที่เปิดให้นักลงทุนเข้าร่วมลงทุนนั้น มีด้วยกัน 4 รูปแบบตามขนาดของพื้นที่และเงินลงทุน ประกอบด้วย ไซส์ SS ขนาดพื้นที่ 20-30 ตร.ม. ใช้งบลงทุนประมาณ 9.25 แสนบาท เน้นขยายตามเมืองท่องเที่ยว เพื่อเป็นจุดให้บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น ขณะที่ไซส์ S จะเป็นขนาดพื้นที่ 100-200 ตร.ม. ใช้งบลงทุนประมาณ 3.85 ล้านบาท เหมาะกับย่านชุมชนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด 1-2 คูหา โดยมีรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและจุดจำหน่ายรถยนต์มือสอง
.

ส่วนไซส์ M ขนาดพื้นที่ 300-450 ตร.ม. ใช้งบลงทุนประมาณ 7 ล้านบาท เหมาะกับทำเลเมืองเศรษฐกิจ เน้นทำตลาดรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และจุดจำหน่ายรถยนต์มือสอง สุดท้ายไซส์ L มีขนาดใหญ่สุดขนาดพื้นที่ 700-1,000 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 11.32 ล้านบาท เหมาะกับทำเลเมืองเศรษฐกิจเช่นกัน โดยจะให้บริการรถยนต์ให้เช่าและจุดจำหน่ายรถยนต์มือสอง ซึ่งคาดว่าผู้ที่เข้าร่วมลงทุนจะสามารถคืนทุน (Pay Back) เฉลี่ย 4 – 5 ปี