Breaking

ดิออร์ (Dior) เปิดบูติกสโตร์สาขาใหญ่ในไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ LADY DIOR AS SEEN BY ยิ่งใหญ่ระดับโลก

ดิออร์ (Dior) ไม่ใช่แค่มาเปิดบูติกสโตร์สาขาใหญ่ในไอคอนสยามเท่านั้น แต่ยังนำนิทรรศการระดับโลกอย่าง LADY DIOR AS SEEN BY มาจัดแสดงด้วย

ทุกคนจะได้พบความคิดและความรู้สึกของศิลปินทั่วโลกที่เชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ เข้ากับกระเป๋า LADY DIOR แล้วเราจะเข้าใจยิ่งขึ้นว่าทำไมกระเป๋าใบนี้จึงกลายเป็น Timeless Item ที่สาวทุกยุคปรารถนา…นิทรรศการ LADY DIOR AS SEEN BY เปิดให้เข้าชมฟรีแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 มกราคม 2562 ณ ชั้น 1 ไอคอนสยาม

กระเป๋า LADY DIOR แทบจะเป็นสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ดิออร์ (Dior) ไปแล้ว ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เรียบ หรู ใช้ได้ทุกสถานการณ์ LADY DIOR จึงไม่เคยตกยุค และกลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตชีวามาจนถึงปัจจุบัน และในโอกาสที่ Dior เปิดบูติคสโตร์แห่งใหม่ ณ ไอคอนสยาม จึงพาความพิเศษอีกอย่างมามอบให้คนไทย นั่นคือนิทรรศการ LADY DIOR AS SEEN BY ที่เดินทางไปจัดแสดงมาทั่วโลกตั้งแต่ปีค.ศ.2011
ภายในงานจัดแสดงกระเป๋า LADY DIOR หลายรูปแบบ ที่ออกแบบและจัดทำโดยศิลปินทั่วโลก และสำหรับนิทรรศการที่ไอคอนสยามนี้ Dior ได้เชิญศิลปินไทย 2 คนมาร่วมงานด้วย คือคุณรัตนา สาลี ประติมากรรุ่นใหม่ และคุณกรกฤช เจียรพินิจนันท์ ช่างภาพที่นำกระเป๋า LADY DIOR ไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ที่จันทบุรีและตราด
และนี่คือตัวอย่างประติมากรรมกระเป๋า LADY DIOR ใบไฮไลต์ ที่ควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเอง
Lady Rock (ค.ศ.2012)
กระเป๋าสีดำในครอบแก้วใบนี้ น่าจะเป็นใบที่สะดุดตาทุกคนที่สุดใบหนึ่ง นอกจากสีดำทะมึนของดินเหนียวและแร่แกรไฟต์ที่ดูน่าเกรงขามแล้ว LADY DIOR ที่โผล่มาให้เห็นเพียงเสี้ยวเดียวยังคงความสง่าอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้
ผลงานชิ้นนี้เป็นฝีมือของ Angélique Lecaille ศิลปินชาวฝรั่งเศส ผู้ตีความกระเป๋า LADY DIOR ออกมาในมุมของความแข็งแกร่ง ศิลปินนำดินเหนียวและแร่แกรไฟต์มาขึ้นรูปบนกระเป๋าใบจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณและความมั่นคงของดิออร์ ที่แม้จะผ่านเรื่องราวใดๆ มาก็ยังยืนหยัดอย่างสวยงามมาได้ถึงปัจจุบัน
Brick Bag (ค.ศ.2013)
Brigida Baltar ศิลปินสาวชาวบราซิลนำผงอิฐชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ก่อสร้างในประเทศบ้านเกิดของเธอ มาก่อรูปกระเป๋า LADY DIOR ผงอิฐชนิดพิเศษนี้มีความแข็งแกร่งสูง แต่ขณะเดียวกันเนื้ออิฐก็มีความโปร่งให้ลมพัดผ่านได้ แสดงให้เห็นถึงการยืนหยัดของกระเป๋า LADY DIOR ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา ความพิเศษอีกอย่างของการทำงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือศิลปินนำผงอิฐจากบ้านที่เธออาศัยอยู่จริงๆ มาใช้ เพื่อเชื่อมโยงงานที่มีความเป็นสากลเข้ากับชีวิตของเธอ
Lady Bomb (ค.ศ.2013)
LADY DIOR เวอร์ชั่นเหล็กใบนี้คือผลงานของ Erdal Duman ศิลปินชาวฝรั่งเศส ที่เล่าเรื่องความรุนแรงและความทุกข์จากสงครามผ่านสีสันสดใสที่เคลือบเหล็กไว้
Duman ออกแบบให้ผู้ชมมองทะลุผ่านลายคานนาจ (Cannage) อันเป็นเอกลักษณ์ของกระเป๋าเข้าไปเห็นประวัติศาสตร์โลกที่มีขีปนาวุธเป็นแกนนำ
Lady Bird (ค.ศ.2013)
 
ประติมากรรมชิ้นใหญ่นี้คือฝีมือของศิลปินฮ่องกง Kum Chi Keung ผู้ศึกษาวิธีการทำกรงนกแบบจีนโบราณ และมักสร้างสรรค์งานศิลปะจากไม้ท้องถิ่น ส่วนตัวงานก็มักเชื่อมโยงกับกรงนกเสมอ
ครั้งนี้ Kum Chi Keung นำไม้ไผ่ซี่เล็กๆ มาต่อกันเป็นกรง แล้วจึงประกอบกรงเล็กๆ เข้าด้วยกันเป็นปีกและหัวนก เปลี่ยนกระเป๋าในตำนาน ให้กลายรูปร่างเป็นนกที่งามสง่าสมกับความเป็น LADY DIOR ขณะเดียวกันก็ได้กลิ่นอายความเป็นเอเชียด้วย
Elegance + Poem12: Thinking of D. (ค.ศ.2018)
งานชิ้นเด่นตรงกลางห้องจัดนิทรรศการ LADY DIOR AS SEEN BY คือประติมากรรม “Elegance” กระเป๋า LADY DIOR ฝีมือคนไทยเพียงใบเดียวในงานนี้ คุณรัตนา สาลี นำเสนอความเป็นเมืองของกรุงเทพฯ ที่กำลังเจริญเติบโตอย่างสง่างาม โดยใช้สแตนเลสมาดัดรูปเป็นทรงตึกในเมืองอยู่ภายในโครงสร้างกระเป๋า LADY DIOR
และด้านหลังกระเป๋า Elegance คือ “Poem12: Thinking of D.” ภาพถ่ายฝีมือคุณกรกฤช เจียรพินิจนันท์ ช่างภาพชาวไทย ที่นำ LADY DIOR ออกเดินทางไปยังจันทบุรีและตราด จังหวัดที่มีความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส (บ้านเกิดดิออร์) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยคุณกรกฤชถ่ายภาพด้วยฟิล์มทั้งหมด และนำภาพที่ได้จำนวน 144 ภาพมาเรียงต่อกัน เหมือนลายคานนาจของกระเป๋า LADY DIOR
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนิทรรศการ LADY DIOR AS SEEN BY งานที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ความรู้สึก และความคิดของศิลปินทั่วโลกที่เชื่อมโยงเข้ากับกระเป๋าที่เป็น Timeless Item ใบนี้ ซึ่งความประทับใจที่ได้รับจากนิทรรศการ น่าจะทำให้มุมมองที่เรามีต่อ LADY DIOR ลึกซึ้งขึ้น และจะยิ่งเข้าใจกว่าเดิม ว่าทำไม LADY DIOR จึงไม่เคยหายไปจากเทรนด์ตลอด 23 ปีที่ผ่านมาเลย
LADY DIOR AS SEEN BY จัดอยู่บริเวณชั้น 1 โซนไอคอนลักซ์ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 10.00 – 20.00 น.